บทที่ 15
posted on 18 Nov 2008 18:37 by canvasvanilla in Fanfiction
ท้องฟ้ายามราตรีส่วนหย่อมที่เขียวชอุ่มตอนนี้ชะโลมไปด้วยหิมะขาวไปทั่ว นาโอจิ นักเรียนหนุ่มต่างชาติ ยืนรอใครบางคนอย่างใจจดใจจ่อ บู้ทหนังสีเข้มเขี่ยพื้นหิมะเล่น เขาเริ่มสงสัยว่าเธอจะไม่มาเสียแล้ว
"คุณอิชิสึคิ...มีอะไรหรอค้ะถึงเรียกฉันมาพบ" หญิงสาวผมน้ำตาลสลวยดวงสีฟ้ายิ้มเย็นอย่างเป็นมารยาท ทว่าในใจเธอเย็นชากว่านั้น
"คือฉันอยากจะอธิบายให้เธอฟังเรื่องของโซน่ะ"เขาพยายามยิ้ม หล่อนหล่อนเคืองเขาแน่นอนเรื่องเพื่อนรักไม่เคยเป็นอย่างนี้เลย
"เขาชื่อโซราเรีย...เรียกโซเฉยๆได้อย่างไงเรียกอย่างกับเป็น ภาษา...ญี่ปุ่น ของคุณอย่างนั้นค้ะ"หล่อนยิ้ม
"ช่วงนี้เงินทุนทั้งหลายถูกดึงไปในเรื่องอื่นน่ะ...ขอให้รออีกหน่อยน้ะ ผมจะพยายามช่วยอย่างดีที่สุดน้ะ...ลุดวิกเองก็พยายามอยู่น้ะ" ชายหนุ่มรู้สึกถึงความไม่พอใจของหล่อนอย่างมาก แต่เขาเองยังพยายามที่จะทำให้หล่อนเข้าใจเขาแม้แต่นิดก็ยังดี เขาไม่ใส่ใจคำเหน็บแนมที่ดูถูกและยิ่งไปกว่านั้นแสดงความห่างเหินรังเกียจ
"เท่าที่ฉันได้ยินมา พวกคุณบีบฟาเซ็ตต้าออกจากการเป็นเลขาแล้วเอา ฃาร์ลอตขึ้นเป็นแทน ไม่ให้เงินสนับสนุนนักเรียนทุนที่ลำบากอย่างโซและคนอื่นๆ อย่างนี้เรียกว่าพยายามแล้วหรอค้ะ ฉันว่าพวกคุณไม่ได้ทำอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว และสุด้ทายคนที่ลำบากไม่ใช่ฉันซะหน่อยนึง!!!" โรซารีต่อว่าอย่างไม่สนใจความคิดหรือเหตุผลของชายหนุ่มทั้งสิ้น ถ้าเขาหวังที่จะชนะหล่อนด้วยเหตุผลที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อนๆของหล่อน โรซารี ชาเปลแลงก็ไม่จำเป็นต้องสงบนิ่งอีกต่อไป ใบหน้างามยังคงรอยยิ้ม
"โรซารี...ฟังผมหน่อยสิ...."
รีบพูดเนื้อๆมาเลยดีกว่าค่ะ ...ฉันไม่มีเวลาจะมาเสวนากับคุณมาก...เท่าไหร่นักหรอกค้ะ โรซารีหันหลัง แล้วจะเดินออกไป แต่ชายหนุ่มรั้งตัวไว้ แล้วพยายามพูดอะไรบางอย่างที่ข้างหูหล่อนเบาๆ หญิงสาวนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูกจำต้องรับฟังเรื่องราวของเขาอย่างไม่เชื่อหู!
เสียงเชลโล่ก้องกังวาลหวานด้วยท่วงทำนอง เพลง Song without words ของ Mendelssohn หญิงสาวที่เล่นอย่างคล่องแคล่วนั้นคือโซราเรียเอง หญิงสาวชักคันชักอย่างถนัดถนี่ รอยยิ้มบางๆ ปรากฎที่มุมปาก เมื่อไหร่หล่อนได้เล่นดนตรีเมื่อนั้นความรู้สึกที่ขาดหายก็เหมือนจะถูกเติมเต็ม ดวงตาทั้งสองยังคงหลับพริ้มรู้สึกถึงดนตรีที่เข้าไปอยู่ในหัวใจของหล่อนช่างมีความสุขเกินกว่าจะปล่อยวางมันไปสู่โลกความเป็นจริง
"นี่เธอจะหลับตาไปถึงเมื่อไหร่หน่ะ...หืม คนสวย ลืมตามามองเทพเจ้าอพอลโล่ดีกว่าน้ะ"
"ใครเป็นเทพเจ้าอพอลโล่ย้ะ หญิงสาวค้อนหันไปมอง ออร์เฟอุส"
ชายหนุ่มยิ้ม แล้วเดินเขามายืนข้างหน้าหญิงสาว หัวใจของโซราเรียเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะ หรือนี่หล่อนติดเชื้อพวกผู้หญิงคลั่งออร์เฟอุส มาเมอร์ลาร์ดเสียแล้ว ชายหนุ่มยื่นมือมาสัมผัสพื้นผิวไม้ของเชลโล่อย่างเบามือ โซราเรียยิ่งใจเต้นเข้าไปอีกเพราะสิ่งเดียวที่ขวางกั้นทั้งคู่อยู่คือเชลโล่ของหล่อนเพียงเท่านั้น หน้าของหล่อนเริ่มแดงก่ำร้อนผ่าว
"เธอ...หนาวดูสิหน้าแดงใหญ่ มาเล่นเชลโล่ทำไมข้างนอกตึกเนี่ย ทำไมไม่กลับร้าน"
หญิงสาวนิ่งไม่อยากพูดออกไป ว่าเธอเบื่อที่นั้นขนาดนั้น นั่งทำอาหารทำขนมปังไม่ใช่สิ่งที่หล่อนชอบเลย แต่ที่หล่อนเกลียดที่สุดคือห้องนอนที่แสนอับชื้นนั้น เมื่อนึกที่ไรหญิงสาวรู้สึกต่ำต้อยลงทุกทีๆ โรเซนสลอธและเชลโล่ทั้งคู่นี้เป็นสิ่งที่หล่อนรู้สึกว่ามีคุณค่าขึ้นมาบ้าง
"ฉันขี้เกียจทำขนมปังทำอาหาร เบื่อป้าชอบสั่งนู่สิ่งนี่จุกจิก โดนลูกค้าแซวด้วย แถมเหนื่อยชะมัดยาด แถมตกดึกฉันต้องล้างจานกว่าจะได้นอนก็รุ่งเช้าแล้ว"
"แล้วเธออยากทำอะไรอย่างอื่นไหมล่ะ"
"ไม่อ้ะ อยากนอน" โซราเรียจัดแจงเก็บเชลโล่เข้ากระเป๋าใส่เชลโล่
"...โซราเรียที่ฉันรู้จักก็ชอบนอนแต่จะไม่นอน หล่อนจะขยันซ้อมเชลโล่เสมอ เธอบ่นเป็นนางซินไปได้"
"เหอะ...พูดดีน้ะนาย อพอลโล่" หญิงสาวกลอกตา
ชายหนุ่มสังเกตุผ้าคลุมสีเขียวอมน้ำเงินเข้มเกือบดำ ที่เขาให้คลุมอยู่บนไหล่บางของหล่อนทำเขายิ้มอย่างมีความสุข ดวงตาสีฟ้าที่เปล่งประกายมายังหญิงสาวทำให้หล่อนรู้สึกขะเขิน ออร์เฟอุสรู้ดีและเขาชอบอย่างนั้น ดูหญิงสาวผมแดงหวั่นไหว ด้วยท่าทีของเขามันทำให้เขารู้สึกอยากเอาใจเธอเสียจริงๆ แต่ผู้หญิงอย่างหล่อนคงไม่พอใจแน่
"แล้วเธอจะกลับเมื่อไหร่นี่ก็วันศุกร์เย็นแล้ว เสาร์อาทิตย์ก็จะได้พักไงหล่ะ"
"ไม่อ้ะฉันบอกป้าไว้แล้วว่าเสาร์อาทิตย์นี้ซ้อม คริสต์มาสนี้ฉันจาเล่นเดี่ยวในงานเลี้ยงให้กว่าจาขอได้ลุดวิกได้....หมอนั่นถามอยู่นั่นแหล่ะว่าแน่ใจว่าจาเล่นได้แน่ๆน้ะ"
"เธอขอเขาหรอ...แล้วนอนที่ไหน?" ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดว่าทั้งๆที่เป็นเรื่องของโซราเรียทำแค่นี้ลุดวิกไม่บอกเขาแม้แต่นิดเดียว
"หอพักหญิงที่นี่ไงหล่ะ ไปขออยู่กับพวกโรซารีไว้แล้ว" ออร์เฟอุสพักเพยิดหน้าและมองไปยังกระเป๋าเสื้อผ้า
"ฉันมาดูการซ้อมได้ไหมเสาร์อาทิตย์นี้ ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไปนัก" เขาปัดเรื่องลุดวิกออกจากหัวแล้วค่อยถามหล่อนด้วยน้ำเสียงชื่นชม
"ไม่เป็นไรมาดูสิไม่ถือหรอก" หญิงสาวยิ้มรับด้วยความภูมิใจในฝีมือของตนโดยที่ไม่รู้เอาเสียเลยว่า ชายหนุ่มถือโอกาสจะได้อยู่กับเธอ2คนห่างไกลสายตาหญิงสาวผู้คลั่งไคล้
"ว่าแต่ฉันซ้อมคนเดียวน้ะ จะไม่มีใครมาเล่นคู่ด้วย"
ท่างั้นก็ยิ่งดีสิฉันจะได้จ้องมองเธอได้อย่างไม่เกรงใจใคร หึหึ เขาหัวเราะเบาๆทำให้โซราเรียหน้าแดงจัดอีกครั้ง
"ไอ้บ้า!!"
เขาหัวเราะร่วนแล้วคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าแล้วเดินนำหญิงสาวไป ก่อนที่จะหันมาพูดว่า
"เอ้ารีบเดินๆ จะไปส่งที่หอหญิง ถ้าเดินมาไวๆจะยกเชลโล่ให้แล้วแบกเธอขึ้นหลัง..."
"จริงหรอ เอาๆๆๆ เกิดมานี่ก็เพิ่งจะได้ขี่คอ เจ้าชายออร์เฟอุส อิอิ"
หญิงสาวรีบวิ่งมากระโดดกระแทกหลังเจ้าชายรูปงามหวังแก้เผ็ด
"อ้อ...แถมให้หอมแก้มด้วย" ชายหนุ่มทำแก้มป่องนิดแล้วยิ้มแสยะพลัน
โซราเรียง้างขาขึ้นมาจะเตะเจ้าชาย แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเจ้าชายมีเชลโล่เป็นตัวประกัน
ออร์เฟอุสเห็นอย่างนั้นจึงหัวเราะเสียงดังแล้วเดินนำหญิงสาวไป ปล่อยให้นักดนตรีตัวน้อยเดินตามหน้ามุ่ยมาอย่างนั้น
นาโอจิเดินกลับมายังห้องประชุมสตราลล์ มันมีเหตุผลมากมายที่เขาต้องบอกหล่อนแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะความลับของเขากับลุดวิกที่ไม่สามารถบอกพวกสตราลล์คนอื่นๆได้ เพราะเขาได่สาบานไว้ว่าจะเดินตามทางของลุดวิก ถึงแม้ว่าออร์เฟอุสและเอ็ดเป็นเพื่อน แต่หลังจากที่พวกเขาจบไปนี้ที่ทำงานของพวกเขาจะไม่ใช่สภานักเรียนอีกต่อไป ไปใช่การบริหารโรงเรียน แต่เป็นการบริหารประเทศนี้ เขาเริ่มหวาดกลัวกับทางเดินนี้เสียแล้ว ลุดวิกที่ดูไม่หวั่นไหวเลยทำให้คนอื่นๆที่เดินตามเขาวางใจ เพราะหลังจากนี้แองเจลิก้าจะเป็นหมากสำคัญต่อไป ความรักในโรงเรียนจะกลายเป็นเรื่องตลกของพวกเขาเมื่อพวกเขาเรียนจบแล้วอย่างนั้นหรือ แต่ถึงอย่างไรเสียสภาพบ้านเมืองตอนนี้จะมีใครรู้ดีเท่าลุดวิกเล่า เขาเป็นถึงหลานของพระเจ้าริชาร์ดด้วย และแน่นอนว่าจะเป็นกษัตรย์คนต่อไป หากไม่มีอะไรผิดพลาด
แต่วันนี้เขาต้องพูดให้ได้คืนนี้ ที่นัดกันไว้ ทุกอย่างต้องกระจ่าง
"เมื่อไหร่โซราเรียจะเป็นของฉันซักทีลุดวิก..."
"เมื่อแองเจลิก้ารับหมั้นฉัน..."
"ท่านคริสทอฟพอใจนี่ยังจะไม่พออีก"
"ท่านพอใจแต่ก็ไม่พอ หล่อนต้องรับหมั้นฉันต่อหน้าพี่ชายของหล่อนทุกคนและแน่นอนเชื้อพระวงศ์และขุนนางทุกคนด้วย ป่านนี้ออร์เฟอุสน่าจะได้รับจดหมายปฎิเสธแล้ว"
"ทำไมนายต้องรีบด้วยนี่มันไม่ง่าย..."
"แล้วทำไมเธอต้องรีบด้วยหล่ะ ชาร์ลอต...ทางที่ดีฉันว่าเธอปล่อยให้โซราเรียมีความสุขอย่างนี้ไปดีกว่า ยังไงเสียทางตระกูลเธอก็อยากดองกับตระกูลมาเมอร์ลาดนี่"
"ออร์เฟอุสมาเมอลาร์ดเป็นของฉัน โซราเรียก็เช่นกัน"
"แล้วเธอจะทำไง..."
"ฉันจะเอาแองเจลิก้าใส่ถาดให้นายเลยไม่ต้องห่วงอีกไม่นานหรอก"
"นาโอจิที่แอบได้ยินยืนชะงักอยู่ เขาทำอะไรไม่ถูก" แต่ทว่าเสียงของชาร์ลอตแว่วขึ้นมา
"อ้าวคุณนาโอจิมาพอดีเลย...ได้ยินที่เราคุยกันใช่ไหมค้ะ" หล่อนยิ้ม
"ผม...เอ่อ..."
"ได้ยินก็ดีค่ะ...คุณนาโอจิ...ดิฉันอยากให้คุณช่วยงานนิดหน่อย"
"ผมไม่ทำอะไรให้คนอย่างคุณ!! ลุดวิกนี่มันอะไรกัน!!??ชาร์ลอตเกี่ยวด้วยหรือ"
คุณไม่ทำแต่ฉันทำแน่...อย่าลืมน้ะค้ะว่าฉันอาจจะทำอะไรคุณโรซารีก็ได้ ว่าแต่คุณเองยังดิ้นไปไหนไม่ได้หรอกเพราะ คุณเองก็ถูกส่งมาที่นี่อย่างไม่มีกำหนดกลับนิค้ะ...เพราะว่าที่บ้านเกิดกำลังจะเผชิญกับสงคราม...สิน้ะค้ะ
"ผมไม่กลัวคุณ!!!"
คุณควร...กลัวแทนโรซารีน้ะค้ะ คุณนาโอจิ ชาร์ลอตยิ้มเหี้ยมเกรียม ลุดวิกเพียงแต่มองนาโอจินิ่งๆ ดวงตาของเขาไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อยยังคงนิ่งและเย็นเยียบเหมือนน้ำแข๊ง
แองเจลิก้านอนอยู่บนเตียงอย่างง่วงเหงาหาวนอน หากอาจารย์ประจำหอไม่อยู่ล่ะก็หล่อนจะวิ่งลงไปเล่นหิมะแล้ว แต่หลังจากที่ทุกคนรับรู้ว่าหล่อนเป็นเจ้าหญิง หล่อนรู้สึกว่าชีวิตวัยสาวของเธอสนุกน้อยลง จะทำอะไรก็ไม่ได้
โรซารีส่งยิ้มให้แองเจลิก้า
"หิมะเพลาแล้วเราไปหิมะเล่นกันไหม"
"หาจิงดี้ รักโรซที่สุดเลย"
"เล่นด้วยสิ...เซ็ง"
"แน่นอนสิจ้ะ"
"จะว่าไป...โซราเรียไม่อยู่ก็ไม่มีเสียงดนตรีเลยเนอะ แต่ยังไงนี่ก็จะมาแล้วน้ะฟาเซ็ตต้า"
"อืมม"
มาแล้วจ้า เสียงที่คุ้นเคยลอดผ่านช่องประตูเข้ามา โรซารีรีบวิ่งไปเปิดประตูปรากฎร่างของ โซราเรียยิ้มอยู่หน้าห้อง
โรซารีเห็นโซราเรียคนที่ร่าเริงกลับมาแล้วก็อุ่นใจ แต่เธอเองก็ยังคงเคืองเมื่อรู้เรื่องที่ฟาเซ็ตต้าถูกพวากสตราล์ลไล่ออก และยิ่งไปกว่านั้น นาโอจิ ซึ่งสนิทสนมกับลุดวิกกลับไม่ช่วยอะไรฟาเซ็ตต้าเลย ถึงแม้ว่าหล่อนจะบอกว่าไม่ใส่ใจในเรื่องนี้ก็ตาม แต่ในฐานะเพื่อน เขาควรจะทำอะไรซักอย่างไม่ใช่หรือ
"เอาหล่ะขอเข้าไปจัดของก่อนน้ะ" โซราเรียยิ้มแล้วเดินก้าวเข้ามาในห้อง
พอหิมะซาลง4สาววิ่งพุ่งออกไปข้างนอกเพื่อเล่นหิมะ โรซารีใส่เสื้อคลุมมีแขนสีขาวมีขนสัตว์รอบๆดุหรูหรา ฟาเซ็ทต้าสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินกำมะหยี่ และแองเจิลก้าในผ้าคลุมสีดำขลิบม่วง และโซราเรียในผ้าคลุมสีเขียวอมน้ำเงินเข้มเกือบดำ แองเจิลก้ากระโดดลงบนพื้นหิมะนุ่ม
"วู้ว!!!"
โซราเรียรีบวิ่งไปคว้าหิมะแล้วปั้นเป็นก้อนแล้วปาใส่แองเจลิก้า
"โอ๊ย!! โซราเรีย!!! เจอก้อนหิมะราชนิกูลหน่อยเป็นไง!!" แองเจลิก้ารีบคว้าก้อนหิมะปากับทันทีโซราเรียโดนเข้าที่หน้าอย่างจัง
หญิงสาวล้มลง แล้วหัวเราะเสียงดัง
ฟาเซ็ทต้ายืนหัวเราะอยู่ ทันใดนั้นเอง โรซารีโปรยผงน้ำแข็งลงบนศีรษะหล่อนกองหนึ่ง ฟาเซ็ทต้าดูเหมือนรูปปุ้นหินที่ตากหิมะอย่างไงอย่างนั้น
โรซ!!มานี่เลย ฟาเซ็ตต้าคว้าหญิงสาวร่างบาง
เฮ้ เล่นด้วยสิ เสียงของเอ็ดตะโกนดังมาตามทางเดินยาวที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ
"อ้าวเอ็ด คามิว นาโอจิ" ฟาเซ็ตต้า โซราเรีย ร้องเป็นเสียงเดียวกัน
ดวงตาสีม่วงมองไปยังชายอีกคนที่เดินตามมาห่างๆด้วยหัวใจอันลิงโลดเป็นที่สุด
"ลุงแว่น!!!" แองเจลิก้ามีความสุขอย่างที่สุดหล่อนไม่ได้เห็นไอแซคมานานแล้ว หล่อนเขียนจดหมายถึงเขาหลายฉบับและเขาตอบกลับอย่างสม่ำเสมอถึงแม้ว่าจะไม่ตรงเวลาบ้างก็ตาม
"อ้าวไง..." ดูท่าทีของเขาไม่อยากเจอเธอนัก หญิงสาวสงสัยว่าทำไมกันน้ะ ท่าทีของเขาดูแปลกๆไปไม่เหมือนชายคนเก่าที่เธอเคยรู้จัก
ไอแซคดูเย็นชาทั้งๆที่ยิ้มอยู่ เขาใช้มือขยับเสื้อหนาวเล็กน้อยไม่ให้ไอหนาวลอดเข้ามา ลมหายใจอุ่นๆของเขาทำให้แว่นเกิดฝ้าจนกลายเป็นสีขาว มือใหญ่เข้ามาขยี้ผมสีดอกไลแลคอย่างเอ็นดู
"ไหนหล่ะ ออร์เฟ่ ห๊ะ เอ็ด"
"อ้าวก่อนหน้านี้อยู่ตรงนี้นี่เขาเพิ่งมาส่งเธอนิโซราเรีย"
"อืมม ใช่จ้ะ"
ไม่เป็นไรฉันจะตามหามันเองมีเรื่องจะต้องคุยซะหน่อยนึง เมื่อกล่าวจบไอแซคก็เดินจากไปไร้คำบอกลา
โรซารีเดินมาตามทางเดินมืด อากาศเย็นมากจนทำให้เธออยากกลับไปหลับพักผ่อน ทว่า สิ่งที่เขาพูดนั้นยังอยู่ในสมอง
"ประเทศนี้เองอีกไม่นานก็จะพบกับภาวะสงครามซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ เงินทั้งหมดทั้งถูกดึงไปยังกระทรวงกลาโหมหมด ไม่ใช่แค่นักเรียนทุกคนจะลำบาก ประชาชนเองก็เช่นกัน ผมไม่มีสิทธิช่วยตำแหน่งเลขาของฟาเซ็ตต้า ไม่มีสิทธิที่จะทำอะไรทั้งนั้น เพราะพิธีจบการศึกษาที่จะมาถึงนี้ลุดวิกจะทำการใหญ่ และตัวเขาจะไม่ได้เป็นแค่สตราล์ลคนนึง แต่เขาจะกลายเป็นองค์รัชธายาทที่มีสิทธิครองบรรลังก์หรือกษัตริย์คนต่อไป และคนที่จะต้องอยู่เคียงข้างเขาตอนนั้นไม่มีใครเหมาะเท่าแองเจลิก้า ที่มีเชื้อวงศ์ ศักดิ์ศรีและอำนาจเหมาะสมกัน เพื่อเป็นการเพิ่มอำนาจให้แก่ราชบัลลังก์ เพื่อประเทศนี้จะได้เข้มแข๊งเตรียมรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นนี่คือความจริงที่จะเกิดขึ้น แต่ออร์เฟ่ เอ็ด ทั้ง คามิว ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น และผมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคุณ โรซารีที่รัก"
เขาต้องล้อเล่นแน่ๆ หล่อนคิดสงครามบ้าบออะไรกกัน บ้านเมืองเราสงบอยู่แท้ๆจะมีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง นาโอจิคุณเพ้อเจ้อใหญ่แล้ว......