[Fanfic]Neo Angelique 07

posted on 21 Apr 2009 12:55 by canvasvanilla
 

                เรนนั่งรอหญิงสาวในห้องอ่านหนังสือประจำที่เขาสอนหนังสือเธอ นานแล้วหญิงสาวก็ยังมาไม่ถึงเสียที นั่นทำให้เขาหงุดหงิดสุดๆ เรนนั่งรอแล้วรออีกทั้งนั่งก็แล้ว เดินก็แล้ว อ่านหนังสือก็แล้ว ไม่ว่านานแค่ไหนเฟรเซียก็ยังไม่ปรากฏแม้แต่เงา

             "สงสัยยัยนั่นหลับเพลินไม่ตื่นแฮะแย่จริงๆ"ชายหนุ่มพึมพำแล้วผลอยหลับไป

            เจดีเดินไปเดินมาอยู่ที่ห้องรับแขก ห้องครัว จนทั่วบริเวณทางเดิน เขาพยายามที่จะหาเฟรเซีย แต่ไม่ว่าเขาจะถามใครก็ไม่มีใครพบหล่อนเลย เขารู้สึกกระสับกระส่ายว้าวุ่นไปทั่ว นี่ก็จะเที่ยงวันแล้วยังไม่มีใครเห็นตัวหล่อนเลย เจดีจึงเดินมายังห้องนอนของนิกซ์ซึ่งเมื่อคืนเป็นสนามประลองคารมระหว่างเรนและพวกเขา

            ชายหนุ่มเอาหูแนบไปที่ขอบประตู เสียงภายในห้องเงียบสงัด ท่าทางนิกซ์คงยังไม่ตื่น ทั้งที่ปกติเขามักจะตื่นเช้าเสมอ แต่เมื่อคืนท่าทางเขาคงโกรธมาก จนกว่าจะกลับมานอนที่ห้องตัวเองได้คงเกือบเช้าแล้ว ชายหนุ่มเองก็ไม่อยากรบกวนนิกซ์เท่าไหร่ ขณะที่เจดีกำลังลังเลอยู่ที่หน้าห้องหรู  ประตูได้เปิดออกอย่างกะทันหันจนหนุ่มผิวคล้ำสะดุ้ง ชายหนุ่มผมดำก้าวออกมาจากห้องนอน เขาหันหน้าที่ยังคงเต็มไปด้วยความหงุดหงิดมาที่เจดี

            "ไง...นิกซ์...เห็นเฟรเซียมั่งไหม" เจดีถามเก้อๆ

            "ผมไม่รู้...เจดี...ผมเพิ่งตื่น...ครับ" นี่เป็นครั้งแรก ที่เจดีเห็นชายหนุ่มอย่างนิกซ์มีท่าทีเบื่อหน่าย ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เหมือนผู้ดีรูปหล่ออย่างที่เป็นทุกๆวัน

            "คือ...หล่อนหายไป...ไม่เข้าเรียนวิชาของเรนและ...ไม่มีใครพบหล่อนมาแต่เช้าเลย ฮิวงะเองก็พยายามหาเฟรเซียอยู่เหมือนกัน แต่เหมือนว่ากลีเฟ่ก็หายไปด้วย"

            "แล้วเอเธลล่ะ?"  ชายหนุ่มถาม พลางใช้มือข้างหนึ่งเสยผมยาวที่ปรกหน้า อีกมือยันไว้ที่บานประตู

            "ไม่เจอเหมือนกัน...ยังไม่ได้ไปดูเลย ป่านนี้เธอคงตัดเสื้อเฟรเซียอยู่มั้งนิกซ์"

            นิกซ์ทวนความจำของตนสู้กับความงัวเงียเต็มที่ของเขา เขาจำได้ว่าเอเธลบอกว่าหล่อนตัดชุดให้เฟรเซียเสร็จแล้ว...ถ้าอย่างนั้น ทำไมเจ้าหล่อนจึงยังหมกตัวอยู่ในห้อง นี่เขาบอกไปแล้วว่าไม่ให้หักโหม...นี่เจ้าหล่อนจะไม่เคยฟังเขาหรือยังไง

            "เจดี...ผมฝาก..เจดีไปดูเอเธลที่ห้องที่นะ...ผมขออาบน้ำหน่อยแล้วเจอกัน " นิกซ์กล่าวจบก็ปิดประตู้ห้องไปในทันที

            ทันทีที่สิ้นเสียงประตูเจดีรีบเดินไปที่ห้องนอนของเอเธล ภายในห้องเงียบสงัดเช่นเดียวกับห้องของนิกซ์เมื่อครู่ เจ้าหล่อนกำลังพักผ่อนอยู่รึเปล่านะ..ชายหนุ่มคิด ก่อนตัดสินใจเคาะประตู

            "เอเธลครับ ผมเจดี คุณอยู่ในห้องรึเปล่าครับ?"

            เขาหยุดเคาะ เงี่ยหูรอฟังคำตอบ แต่กระนั้นภายในห้องก็ยังคงเงียบ เขาจึงเคาะและเรียกชื่อของเอธลให้ดังกว่าเดิม แต่ผลก็ยังคงเป็นเหมือเมื่อครู่

            ชายหนุ่มจึงจับกลอนประตูก็พบว่าไม่ได้ล็อคไว้ เขาค่อยๆเปิดแง้มเข้าไป เพราะกลัวว่าหญิงสาวจะตกใจที่เข้ามาโดยพละการ แต่เมื่อเข้ามาแล้วเจดีพบว่าห้องกลับว่างเปล่า ข้าวของๆเอเธลหายไปหมดเหมือนว่าห้องนี้ไม่เคยมีคนอยู่อย่างนั้น ดวงตาสีน้ำตาลมองเห็นจดหมายซองขาววางบนโต๊ะข้างเตียง ร่างสูงเข้ามาหยิบแล้วเปิดอ่าน ภายในจดหมายมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า...

 

เรียน ท่านนิกซ์

          ก่อนอื่นขอเรียนบอกท่านนิกซ์ว่า ชุดตัวใหม่ของคุณเฟรเซีย ดิฉันได้ตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ที่นี่ ดิฉันได้ยินจากเฟรเซียว่า พวกท่านไม่มีความต้องการและจะไม่ว่าจ้างเฟรเซียและดิฉันอีกต่อไป พวกเราจึงเรียนขอตัวลาพวกท่านใน ณ ที่นี้ด้วยค่ะ เราทั้งคู่ขอขอบคุณที่ให้การสนับสนุนในทุกๆเรื่องค่ะ

                                                                                                ด้วยความเคารพอย่างสูง

                                                                                                          เอเธล

ป.ล.

ดิฉันเต็มใจทำงานให้ท่านนิกซ์ค่ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายค่ะ

 

            ทันทีที่อ่านจดหมายจบเจดีวิ่งออกมาจากห้องกลับไปหานิกซ์ที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ คุณชายงามคืนสภาพอีกครั้ง ผมดำสลวยมัดเก็บด้วยริบบิ้นสีน้ำเงินอย่างเรียบร้อย สองมือกุมไม้เท้าท่าทางสดชื่น

            ".ทำไมหน้าตื่นอย่างนั้นล่ะครับเจดี?"

            "อ่านซะนิกซ์!! "หนุ่มผิวคล้ำยื่นจดหมายให้แก่นิกซ์  นัยน์ตาสีน้ำเงินจับจ้องไปในข้อความบนกระดาษขาว สีหน้าของนิกซ์กลับมาเครียดอีกครั้ง เมื่ออ่านจดหมายจบ เขาขย้ำจดหมายจนยับยู่ยี่

            "ไปหาเรนกัน...เจดี!!" นิกซ์เดินตรงไปที่ห้องอ่านหนังสืออย่างรวดเร็ว  เรนที่นอนอยู่ที่โต๊ะหนังสือเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดเขาก็ลืมตาขึ้น แต่กลับถูกทักทายด้วยการ เอาจดหมายตีแสกหน้าอย่างรุนแรง

            "โอ้ย!! นิกซ์นายทำบ้าอะไรห๊า" เรนจับใบหน้าด้วยความเจ็บปวดไม่นึกว่านิกซ์จะมือหนักขนาดนี้ แต่อย่างไรเสียเขาก็เป็นออร์บฮันเตอร์คนนึงจะให้มืออ่อนก็คงเป็นไปไม่ได้

            "นี่สำหรับปากดีกับผมเมื่อคืนและคำพูดเลวๆของคุณทำให้เฟรเซียต้องหนีไป!"

            "อ้อ...นี่นายยังติดใจเรื่องเมื่อคืนใช่ไหม ยัยนั่นก็แค่ขี้เกียจเท่านั้นเอง ส่วนนายก็เคยโดนเอเรบอสสิง ถ้าแองเจลิคไม่ช่วยนายล่ะก็นายคงไม่มีวันนี้หรอก"

            "เรน!!! พอซักที" เจดีโวยลั่น ชายหนุ่มรู้สึกเหลืออด เขาเดินเข้ามาต่อยเข้าที่ใบหน้าของเรนย้ำอีกครั้ง ชายหนุ่มล้มลงกับพื้นในทันที

            "เลิกเอาเฟรเซียเปรียบกับแองเจลิคเสียที ถึงเวลาที่นายจะต้องยอมรับเฟรเซียมั่งแล้ว!... และเลิกตอกย้ำนิกซ์เสียที!!!"

            "พวกเราต่างก็รักและห่วงใยแองเจลิคแล้ว แต่ในฐานะออร์บฮันเตอร์เรามีหน้าที่ๆจะต้องสู้กับทานาโทสและปกป้องราชินี แต่ในเมื่อเฟรเซียมีสิทธ์ที่จเป็นราชินีต่อจากท่านแองเจลิค...การให้โอกาสก็เป็นเรื่องที่ควรทำ" ฮิวงะก้าวเข้าห้องมาด้วยท่าทีเคร่งขรึม คำพูดของเขามีความอ่อนโยนแฝงอยู่ในน้ำเสียงจริงจัง

            "ผมเห็นด้วยกับฮิวงะ... นิกซ์เอ่ยเบาๆ"

            "ฉันจะให้เวลานายคิดดูนะ...แต่ไม่ว่ายังไงพวกฉันจะไปตามหาเฟรเซีย" เจดีพูดแล้วเดินออกไป ตามด้วยนิกซ์และฮิวงะ ทิ้งให้เรนนั่งงุนงงอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่เพียงลำพัง

            เมื่อทั้ง3ออกมาจากห้องฮิวงะ ถามนิกซ์ทันที

            "แล้วนายจะเอายังไง...นิกซ์" ฮิวงะถามเชิงให้เกียรติ

            "ผมคิดว่าพวกหล่อนคงอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ เพราะจากที่จดหมายได้เขียนไว้ ก็เกิดขึ้นหลังจากที่พวกเรนพูดออกไปแบบนั้น ซึ่งมันก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว"  นิกซ์ลูบคางแล้วคาดการณ์

            "งั้นเราออกตามหาเฟรเซียและเอเธลกันเถอะ" เจดียิ้มอย่างมีกำลังใจ

***

ที่โรงเตี๊ยม

 

            ในตอนเช้าหลังจากที่สาวๆทุกคนเก็บของเตรียมจะออกจากโรงเตี๊ยม แต่กลับติดอยู่แค่การ "จ่ายเงิน"

            "ฉันว่าเรารีบๆออกจากเมืองเถอะ" กลีเฟ่เอ่ย

            "ทำไงดีล่ะคะ...ฉันไม่มีเงินด้วยอ้ะ ตอนทำงานที่นั่น คุณนิกซ์ก็ยังไม่ได้จ่ายเงินเดือนเลยด้วย" เฟรเซียร้องเสียงหลงหลังจากที่มัวแต่ค้นกระเป๋าเงินอยู่เสียพักใหญ่ๆก่อนนึกขึ้นมาได้

            "งั้นเอเธลจะไปจ่ายค่าที่พักนะคะ" ว่าเสร็จหล่อนก็เดินออกจากห้องพักไป ทว่าเมื่อเอเธลเจอกับโรสแมรี หล่อนหยิบกระเป๋าเงินผ้าสีหวานที่แสนจะภูมิใจของตัวเอง ทว่าเมื่อเปิดออกกลับพบว่าหล่อนไม่มีเงินแม้แต่เหรียญเดียว เอเธลยิ้มแหยๆ ให้แก่สาวน้อยที่อยู่ตรงหน้า โรสแมรีจ้องกลับมาดุๆ แต่ก็กลับเป็นยิ้มแสยะทันที

            "ไม่เป็นไรๆ ไม่มีเงินก็ไม่เป็นไร...พวกเธอ...สวยๆน่ารักๆกันทุกคนเลยนี่ ฉันมีงานดีๆเงินเยอะๆให้พวกเธอชดใช้แทนค่าที่พักแล้ว...เป็นงานสบายๆที่ผู้หญิงทุกคนทำได้" โรสแมรี่ยิ้มกริ่ม

            เฟรเซียกลืนน้ำลายเอื้อกรีบวิ่งไปหลบหลังกลีเฟ่ทันที  โรสแมรีคว้าข้อมือเอเธลแน่น แล้วพยายามลากเอเธลให้ตาหล่อนไปไป กลีเฟ่พยายามที่จะเข้าไปช่วยเอเธล แต่ก็ถูกขายร่างบึก5คนเข้ามารุมจับเธอจนขยับไม่ได้ เฟรเซียที่โดนจับพยายามจะดิ้นให้หลุดแต่พวกผู้ชายร่างบึกใส่เสื้อกล้ามกลิ่นเหมือนใช้แรงงานแถวท่าเรือมีแรงเยอะเสียจนพวกเธอต้องยอมจำนนตามโรสแมรี่ไปเสียแต่โดยดี

            "ผมสีน้ำตาลอ่อน...ดวงตาสีเทา หน้าอกหน้าใจกับก้นสมส่วนเพรียวดีอย่างเธอสวยเซ็กซี่ไม่หยอก...รับรองลูกค้าทุกคนติดใจเลย หึหึหึ ....." โรสแมรี่จ้องเอเธลราวกับประเมินค่าตีราคา ทำเอาเฟรเซียน้ำตาแทบร่วง

            แล้วโรสแมรีชี้ที่เฟรเซีย

            "ส่วนเธอ ท่าทางใสซื่ออย่างนี้ ดวงตาสีอำพัน ผมสีเงินเหมือนพวกคุณหนูลูกผู้ดีค่า หน้าอกเล็กไปหน่อยแต่...อ้อนแอ้นขายออกแน่ "

            เฟรเซียหน้าซีด

            "ส่วนเธอ....ตาสีทับทิมสวยดีนี่ ผมดำ...สบึ้มนะเธอ...อย่างนี้ต้องจับฝึกพิเศษ เอาทุกท่า เอาลีลาให้เด็ดรับรองใครๆก็อยากลิ้มรสฝีมือเธอแน่นอน"

            แม้กลีเฟ่จะยังคงยิ้ม แต่พอเจอแบบนี้เข้าไปยิ่งพูดไม่ออกไปกันใหญ่ พวกผู้ชายเหล่านั้นลากพวกเธอเข้าสู่ห้องมืดหลังร้าน หญิงสาวทุกคนต่างไม่รู้ซะตากรรมของตนเองว่าจะต้องเจอกับอะไรต่อไป...

***

            จาก1 วันหลายเป็น2 และ 2วัน กลายเป็นอาทิตย์ชายหนุ่มทั้ง3 ตามหาพวกเธอทุกที่ในเมืองแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แวว หญิงสาวทั้งสามหายไปอย่างกับไม่มีตัวตน  ฮิวงะยังคงตามหาทั้งสามอย่างไม่พักผ่อน เขาเชื่อว่ากลีเฟ่ต้องเกี่ยวข้องกับการหายไปของ เฟรเซียและเอเธล เจดีพยายามถามทุกคนในเมืองแต่ก็ไม่เป็นผล นิกซ์ได้แต่จินตนาการเรื่องเลวร้ายที่อาจจะเกิดกับหญิงสาวทั้งสาม อาจจะถูกฆ่า ลักพาตัวไปขาย หรือแย่กว่านั้นข่มขืนแล้วฆ่า ...

            "อย่านะ ไม่เอา!!!" เฟรเซียร้องลั่น เมื่อโรสแมรีพยายามจะให้หล่อน เลาะกระดูกไก่ออกจากตัวไก่งวงที่เคราะห์ร้ายจะได้เป็นอาหารมื้อค่ำของแขกในโรงเตี๊ยม

            "กลัวอะไรเนี่ย นี่ไก่นะ ไม่ใช่ให้เลาะกระดูกคน" โรสบ่น แต่ก็หัวเราะร่วนไปด้วย "ไม่เคยทำหรือยังไง?"

            "ปกติ...ให้พี่สาวไม่ก็เจดีทำให้..." เฟรเซียตอบอย่างจ๋อยๆ

            "เจดี...ใครหรอ?"

            "ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ" เฟรเซีย คว้าเจ้าไก่มาแล้วพยายามเลาะกระดูกมันอีกครั้ง โรสแมรีที่เห็นภาพที่เด็กสาวเอาตัวออกห่างตั้งไกลแต่ยังคงใช้ปลายมีดจิ้มตัวไก่อย่างกล้าๆกลัวๆถอนหายใจแล้วเดินออกจากห้องครัวไปหากลีเฟ่ที่กำลังง่วนกับการอ่านส่วนผสมเหล้าคอกเทล

            "เป็นยังไงมั่ง...เข้าใจยัง?"

            "ไม่ยาก...แต่ท่าทีเธอสอน...มันไม่ง่าย" กลีเฟ่พึมพำเบาๆ โรสแมรีคว้าส่วนผสมหนึ่งออกมา หล่อนควงมันแล้วหมุนแก้วโยนไปข้างหลังใช้อีกมือหนึ่งรับจากทางด้างหลัง แล้วคว้าขวดเหล้าผสมเทให้ห่างจากแก้วที่สุด เห็นเป็นสายยาวไหลออกมาจากขวด  หล่อนหยิบขวดแล้วขวดเล่ามาควงแล้วผสมลงในแก้วผสม เทใส่แก้วดื่มก็เป็นอันเสร็จ กลีเฟ่มองอย่างตื่นเต้น หล่อนไม่เคยเห็นท่าทีการเทเหล้าแบบมีลีลาขนาดนี้ โรสแมรียิ้มซุกซนส่งท้ายทำให้เจ้าหล่อนดูสดใสน่ารัก

            "อ้ะ...ลองทำดู"

            "ขอบใจ" กลีเฟ่รับแก้วผสมมาแล้วลองทำเอง กลีเฟ่มีความสามารถถึงแม้หล่อนจะยังผสมได้ไม่ดีนัก แต่ก็ยังไม่เคยทำขวดเหล้าหรือแก้วแตกแม้แต่ใบเดียว โรสแมรีเดินออกมาเพื่อไปดูเอเธลซึ่งเป็นคนสุดท้าย

            เอเธลเพิ่งสวมชุดเครื่องแบบทางร้านเสร็จ หล่อนรู้สึกว่าบางชุดขาดและต้องการการซ่อมแซมจึงนั่งค่อยๆเย็บอย่างตั้งใจ

            "ใส่เรียบร้อยแล้วนี่ สวยอย่างที่คิดเลย" โรสแมรียิ้มกว้าง

            "ขอบคุณค่ะคุณโรสแมรี่"

            "เรียกโรสก็พอ เอเธล... ซ่อมชุดให้เสร็จทีละ แล้ว คืนนี้ก่อนเริ่มงาน เธอ กลีเฟ และ เฟรเซียจะได้ใส่เรียกลูกค้า"

            "ค่ะ โรส" เอเลยิ้มกว้างให้แก่โรสก่อนหันกลับมาซ่อมแซมเสื้ออีกตัวหนึ่ง

            โรสยิ้มกว้าง 3 สาวนี่ล่ะที่จะทำให้ร้านอาหารของเธอขายดีกว่าแต่เก่า เพราะดูเหมือนพวกลูกน้องร่างบึกหน้าเหี้ยมตัวเหม็นของเธอจะคอยไล่ลูกค้าออกไปอยู่เสมอๆ อย่างพวกมันน่าจะไปอยู่หลังร้านนานแล้ว แต่ว่า... แต่ก่อนหล่อนไม่มีคนช่วยที่หน้าร้าน  พวกเขาเลยจำเป็นต้องมาช่วยหน้าร้านอยู่บ่อยๆ แต่ตอนมีหญิงสาวสวยๆ ในร้านอีกสามคนน่าจะทำให้พวกลูกค้าคึกคักมาสั่งอาหารสั่งเหล้ามากขึ้นก็ได้

***

            3 หนุ่มยังคงเดินอยู่ในเมืองยามค่ำ เสียงคึกคักที่ออกมาจากร้านเหล้ายิ่งดึงดูดลูกค้าให้ทยอยเข้ามามากขึ้น ฮิวงะชายตาไปมองแต่ก็ไม่ได้สนใจ เขาเรียกให้อีกสองคน ไปตรวจดูที่ครอกมืดๆและโบสถ์จะดีกว่า เพราะเป็นไปไม่ได้ที่เฟรเซียจะมาอยู่ที่นี่...

            "น้องชื่ออะไรจ้ะ" ขี้เมารายหนึ่งส่งตาหวานเชื่อมแก่เอเธล

            "เอเธลค่ะ จะรับอะไรดีคะ?"หญิงสาวยิ้มสู้ชายขี้เมาที่มองสำรวจร่างกายของเธอแล้วยิ้มกริ่ม

            "เอาเหล้าสูตรพิเศษเจ๊โรสแมรี และกับแกล้มขอเป็นเธอทอดได้ไหมเอ่ย?"

            "เอเธลยังต้องเสริฟ์โต๊ะอื่นต่อค่ะ แล้วก็อาหารทอดไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ" หล่อนยังส่งยิ้มหวานหัวเราะนุ่มนวล

            "อ้อ...งั้นไม่เป็นไรจ้ะ เหล้าก็พอ...ไปเถอะ" ชายขี้เมายิ้มตาเยิ้มแต่ก็ปล่อยเอเธลไปทำหน้าที่ เฟรเซียวิ่งเข้ามาคว้าแขนของเอเธลแล้วดึงเข้ามาใกล้ตัว

            "เอเธล ไปหัวเราะกับมันทำไมอ้ะ น่าเกลียดออก"

            "เขาแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง นี่เป็นงานนะจ้ะ อย่าไปคิดมากเลย" เอเธลจิ้มที่ปลายจมูกของเฟรเซียพลางยิ้มหวานแล้วตรงไปสั่งเหล้าที่เคาท์เตอร์ ขณะนี้กลีเฟ่ถูกห้อมล้อมด้วยพวกขี้เมาช้ำรักที่ทึ่งกับฝีมือของมือใหม่อย่างกลีเฟ่อย่างชื่นชม เสียงโห่ร้องชื่มชมกับลีลาการชงคอกเทลมีมาเรื่อยๆอย่างไม่หยุด

            เฟรเซียรีบรับจานอาหารจากโรสแมรีไปส่งตามโต๊ะต่างๆ แต่ต้องอึ้งเมื่อพบชายผมแดงที่หล่อนคุ้นเคยนั่งดื่มเหล้าเมาหมดสภาพอยู่ตรงตะมุมสุดด้านในสุดของร้าน กลิ่นเหม็นเหล้าคลุ้งจากตัวเขาทำให้หล่อนต้องปิดจมูก

            "เหล้าที่สั่งไว้ค่ะ" เฟรเซียเอ่ยเบาก่อนวางจานลง

            "ขอบจาย.......อึ้ก!" เรนจ้องที่ใบหน้าเฟรเซีย มือหนาคว้าแก้วเหล้าที่เพิ่งเสริฟ์เมื่อครู่เอาไว้

            "นี่เธอหรอ...เฟเชียยยยย..."

            "อ่า...เปล่าค่ะ ชื่อ...เอ่อ...มิแรนด้า ค่ะ ขอตัวนะคะ" เฟรเซียกลัวเรนจำหล่อนได้ เพราะป่านนี้พวกออร์บฮันเตอร์คนอื่นๆคงตามหาตัวเธอแย่แล้ว

            "มิ...แรน..บ้า หรอ นั่งคุย...เปนเพิ่นนอออย เด้...." เนื่อจากหญิงสาวเดินหนีไม่ทัน จึงถูกมือของเรนคว้าตัวเอาไว้ได้เฟรเซียโกรธเรนอย่างที่สุดแต่ก็ทำใจเย็นเพราะเธอวีนลูกค้าในร้านไม่ได้ เดี๋ยวโดนโรสว่าเอา เธอจึงยืนนิ่งๆโดนที่หันหน้าไปทางอื่นทั้งอย่างนั้น

            "ค่า"

            "ช้าน ไปพูด...อึ้ก!  ทามร้ายย ......จิดจายย ผู้ยิ๋ง คนนึง...ชื่อ เฟเซีย เอิ้ก! คิดๆดูแล้ว...ช้านก้อดุปายยย แต่ยายนั่นก็เรื่องมากจิปเป้งเลยยย...." เฟรเซียแทบอยากเอาถาดเสริฟท์ที่ตนถืออยู่ทุบคนตรงหน้าให้หัวแบะๆไปซะ แต่ก็ต้องห้ามใจเอาไว้เสียก่อน

            "ช้านนนด่าไอ้นิกซ์...ด้วยมานคงโกด ดิ้นตายยเลย...แรกๆก็รู้สึกว่าตัวเองอ้ะ แบบว่ายางงายดีน้า ถก งงายยย"

            "ถูก...หรอค้ะ" อีตาบ้านี่เมาแล้วพูดไม่รู้เรื่องเป็นบ้าเลย เฟรเซียคิด

            "อ้อ ช่ายๆพูดผิดป่ายยย ถูกๆๆ" เรนชี้นิ้วแล้วหันมายิ้มกริ่มให้เฟรเซีย แต่เมื่อเอ่ยจบเขาก้อฟุบหลับไป แก้วเหล้ากลิ้งตกแตกกับพื้น

            "เฮ้อ...เมาอย่างกับคุณลุงขี้เมาข้างบ้านเลย เรนนี่... อิอิ แต่ก็ตลกดีนะ" แต่ทว่าจู่ๆชายทึกลูกน้องของโรสแมรีก็ปรี่เข้ามาดึงเหรียญเงินออกจากกระเป๋าของเรนเท่าจำนวนค่าเหล้ารวมแก้ว แล้วยกเรนออกไปวางไว้ข้างนอกร้าน เมื่อฮิวงะและอีกสองหนุ่มกลับมาเห็นสภาพเรนในลักษณะเมาแบบคืนร่างเก่าไม่ได้ ก็ต้องพยุงเขากลับไป

            "เหม็นเหล้า...ชะมัด" ฮิวงะบ่นอุบ

            "ฉันเพิ่งรู้ว่าเรนดื่มเหล้าด้วย" เจดีเอ่ย

            "เรนดื่ม...แล้วเมาเละทุกที" นิกซ์ตอบ

            เมื่อโรงเตี๊ยมร้างคน เฟรเซีย เอเธลและ กลีเฟ่ต่างขมักเข้มน ทำความสะอาดร้านกันยกใหญ่ โรสยืมยิ้มอย่างภูมิใจ วันนี้หล่อนทำเงินได้มากกว่าวันอื่นๆด้วยซ้ำ

            "จะว่าไปพวกเธอสนใจเป็นลูกจ้างของฉันไปตลอดเลยไหม" โรสแมรีเอ่ย

            "จะดีหรอคะ" เฟรเซียถามอย่างเกรงใจ แต่หล่อนเองชักสนใจข้อเสนอนี่เสียแล้ว สำหรับหล่อนแล้ว การทำงานที่นี่ก็สนุกไม่น้อยเลยทีเดียว

            "จริงซี่...นี่ไม่ได้หยอกเล่นนะ" โรสแมรียังคงยืนยันคำเดิม

            "เฟรเซีย เธอลืมไปแล้วรึไง...ว่าจะ...ไปจากที่นี่น่ะ" กลีเฟ่เอ่ยเตือนหล่อน ทำให้เฟรเซียต้องหน้าจ๋อยไป

            "เอเธลว่าไง" กลีเฟ่รีบถามเอเธลต่อ

            "เอเธลก็แล้วแต่เฟรเซียล่ะค่ะ...แต่เอเธลอยากตัดเสื้อผ้าขายมากกว่าค่ะ" หญิงสาวตอบยิ้มๆ

            "โอ้ เธอตัดเสื้อผ้าเป็นด้วยนี่ งั้นเรามาร่วมธุรกิจกันดีกว่าไหม ฉันอยากขยับขยายที่นี่ให้กลายเป็นโรงแรมใหญ่ เธอตัดเสื้อผ้าสิ ส่วนเฟรเซียมาเป็นเด็กเสิร์ฟ กลีเฟ่เป็นบาร์เทนเดอร์ ส่วนฉันก็เป็นเชฟใหญ่และผู้ บริหาร ดีไหมล่ะ ฮ่าฮ่า!"

            เฟรเซียมองเห็นว่านี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะหาเงินในการเดินทางกลับบ้าน จึงตกลงทันที ทำให้กลีเฟ่ต้องแอบถอนหายใจแต่ก็ต้องเล่นตามเกมไปก่อนเพราะหล่อนก็ต้องการเงินเช่นกัน ไม่ต้องพูดถึงเอเธลที่ดูมีความสุขมาก

            3 อาทิตย์ต่อมา เฟรเซียและหญิงสาวทั้งสองก็เริ่มชินกับการทำงานที่นี่เสียแล้ว เฟรเซียจะช่วยเอเธลและกลีเฟ่ขายผลงานของทั้งสองหน้าร้าน ทั้งชุดของเอเธลและรูปวาดของกลีเฟ่ แถมพักเที่ยงก็ได้ทานอาหารฝีมือโรสแมรีที่อรอ่ยเกินคำบรรยายอีก ตกเย็นจนถึงเวลาเที่ยงคืน เฟรเซียเสริฟ์อาหารและเหล้าให้แก่ลูกค้า และบางที่เธอก็เล่นปาลูกดอกแข่งกับลูกค้าเสียด้วย เอเธลช่วยเสริฟท์และกลีเฟ่ชงเครื่องดื่ม ทุกๆคนเมื่อหัวถึงหมอนก็หลับสนิททุกคน แต่ทว่าพวกหล่อนก็มีความสุขถึงแม้ว่าจะต้องเหนื่อยมากก็ตาม

            ต่างกลับนิกซ์ เรน และ ฮิวงะ ที่ต้องเจอความกดดันมากขึ้นเมื่อเรเน่รู้ว่าเฟรเซียหายตัวไป เรนที่แอบตามหาเฟรเซียอยู่เหมือนกันยังต้องเครียด ทั้ง4 ถูกเรียกมาพูดคุยและหาวิธีรับมือกับการหายไปของเฟรเซีย แต่ทว่ามีกลุ่มทหารกลุ่มหนึ่งเข้ามารายงานต่อเรเน่ว่าพบหญิงสาวที่เหมือนเฟรเซียมากที่โรงเตี้ยมโรสแมรีในเมืองนี่เอง เรเน่จึงสั่งให้ทั้งสี่ไปหาหล่อนแล้วปรับความเข้าใจให้หล่อนกลับมาให้ได้

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet