[Fanfic]Neo Angelique 06
posted on 19 Jan 2009 10:01 by canvasvanilla"ค่า...." แต่สาวน้อยคนนั้นตอบเสียงเอื่อย หล่อนเหนื่อยเกินกว่าที่จะฟังเขาอีกต่อไป วันนี้หล่อนไม่ได้เห็นหน้าใครเลยนอกจากนิกซ์ ตั้งแต่เช้า สายบ่ายเย็น ค่ำ เพื่อนเรียนวิชาภาษาและสังคมที่ชายหนุ่มเป็นคนสอน แต่ตอนพัก หล่อนเห็นว่านิกซ์พาตนไปหาเอเธลแล้วนั่งกินขนมน้ำชาด้วยกัน กระนั้นเมื่อการพักจบลงเขาก็พาเฟรเซียกลับมาที่ห้องแล้วสอนต่อ
"เอาล่ะครับ วันนี้เดี๋ยวพอแค่นี้ก่อน ไว้ผมสอนไปอีกซักเดือนหรือยังไง...ผมอาจจะทดสอบคุณนะครับ แล้วอย่างไร เตรียมตัวพบกับเรนเพื่อเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์พรุ่งนี้นะครับ"ชายหนุ่มขยับกรอบแว่นก่อนหันมามองหญิงสาวเป็นเชิงเตือนว่าทางที่ดีควรเตรียมตัวให้พร้อม และต้องทบทวนบทเรียนอยู่เสมอ
"...นิกซ์คะ...ทำไมฉันต้องเรียนกับอีตาเรนด้วยล่ะคะ" สาวน้อยบ่นอุบพลางปิดสมุดจดของตน
"อย่าเรียกเรนเขาว่าอีตาสิครับ เรียนแล้วก็ควรใช้ให้เหมาะด้วย.....คุณคงจะไม่ทราบ...เรนเป็นศาสตราจารย์หัวกะทิอันดับ แรกๆของอาเคเดียเลยนะครับ" นิกซ์ตักเตือนพลางยิ้มให้ แต่เฟรเซียยิ้มตอบหลังการโดนเตือนไม่ออก...ภาษานี่มันยากจริงๆ สำหรับหญิงชาวบ้านอย่างเธอจะให้ปรบง่ายๆได้อย่างไรกันล่ะ...หญิงสาวแอบคิด
"อ้อ...ค่า" หล่อนตอบคล้ายจะขอไปที แต่พอคิดว่าโดนเตือนอีกรอบมันจะไม่คุ้มเอาเลยกลับมาตอบแบบปกติเสียก่อน หญิงสาวพบว่าเสียงสำเนียงผู้ดีของนิกซ์เริ่มชินหูเธอแล้วเมื่อได้ฟังเข้าทั้งวัน และหล่อนเริ่มชินกับท่าทีอันเป็นระเบียบแบบแผนและแสนเรียบร้อยตามแบบฉบับของชายหนุ่ม เพราะนิกซ์วางตัวตลอดอย่างมั่นคงและเหมาะสม แม้หล่อนจะเกรงใจเพราะเขาเป็นผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า แต่หล่อนไม่คิดเคยว่าผู้ชายคนนี้จะอันตราย....เมื่อเทียบกับเรนแล้ว หมอนั่นแย่กว่าเยอะ
หญิงสาวลานิกซ์ที่หน้าห้องเรียน ก่อนเดินจากออกมา เมื่อเฟรเซียกลับมาถึงห้องนอน หล่อนก็ทิ้งตัวนอนลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้า...เรียนหนังสือนี่มันยากแหะ...ไม่ง่ายเลย... เฟรเซียปัดสมุดของตนไปข้างๆเตียง ดวงตาสีอำพันจ้องมองเพดานอย่างเหม่อลอย ...อะไรกันที่ทำให้หล่อนต้องมารับผิดชอบเรื่องนี้ ทำไมพลังนี้ถึงเลือก ...เธอ... แล้วทำไมทุกคนถึงดูมีความสุข ทั้งๆที่ราชินีหลับไหลอยู่อย่างนั้น หรือพวกเขาแสร้งทำอย่างนั้นหรือเพื่อให้หล่อนสบายใจกันนะ...
***
วันต่อมาหล่อนต้องปวดหัวกับเลขและวิทยาศาตร์ของเรน ท่าทางของเขาไม่เหมือนพวกศาสตราจารย์ที่สาวน้อยจินตนาการไว้เลยแม้แต่นิด ที่ว่าต้องหัวล้านแก่แล้วก็น่าเบื่อ เพราะศาสตร์ตราจารย์เรนคนนี้ กลับดูหนุ่ม และหน้าตาดีจนสาวๆแทบมอบกายถวายใจให้โดยง่ายได้เลยทีเดียว...ดวงตาสีอำพันจ้องชายหนุ่มไม่วางตา ดูท่าความคิดของหล่อนจะไปไกลเสียเล้ว หล่อนเริ่มคิดไปต่างๆนาๆว่า ถ้าเรนถอดรูปออกมาอาจจะเป็นตาลุงแก่ที่หล่อนคิดไว้ก็ได้ ถ้ารูดซิบข้างหลังออกมา...อาจจะเป็นผู้ชายแก่หัวล้านเป็นทรงแร้งกระพือปีกอยู่ข้างในก็เป็นได้
เรนที่เห็นท่าทางของเด็กเตี้ยที่อยู่ตรงหน้าเพียนๆออกไปก็หยุดสอน " นี่เธอเป็นอะไรเนี่ย หลับในเรอะ"
"เรน...นายอายุเท่าไหร่" เฟรเซียที่ความคิดกลับมาอีกครั้งหลังจากเรนทักก็ถามต่อยอดจากความคิดตามจิตนาการของเธอทันที
"20 ถามทำไมนี่สอนอยู่เนี่ย ฟังสิ" ชายหนุ่มเริ่มไม่สบอารมณ์ ...ยัยนี่ตั้งใจเรียนมั้ยเนี่ย แตกต่างชะมัด...กับแองเจลิค...
"โทดที" เด็กสาวเอ่ยขอโทษ ก่อนกลับมาเข้าบทเรียนได้ชั่วครู่ ก่อนจมอยู่กับความคิดของตัวเองอีกครั้ง
"นายอยู่กับนิกซ์มานานยัง...ฮิวงะและเจดีด้วย" เสียงถามดูเหม่อลอยไร้จุดหมาย เหมือนหล่อนแค่ต้องการผ่อนคลายความคิด ท่าทีเช่นนี้ทำให้เรนรู้สึกขุ่นใจ
"ถามทำไมเนี่ย ตกลงจะฟังไหมห๊ะ" เรนกล่าวเสียงเข้มจนเด็กสาวรู้สึกผิด คราวนี้บรรยากาศในการเรียนจึงกลับมาเป็นปกติอีกครา
เฟรเซียถูกเรนชมทุกครั้งเมื่อทำแบบฝึกหัดถูกต้อง เขาพยายามให้กำลังใจอย่างเต็มที่ แต่ก็เจ้าอารมณ์เสียเหลือเกินในบางที เมื่อคำนวณรวมจากการเรียนทั้งหมดในวันนี้ หล่อนโดนว่ามากกว่าชมเสียอีก แต่โชคดีที่เรนบอกว่าจะไม่สอนตอนบ่ายและค่ำนี้ตามตารางที่นิกซ์ให้ไว้ ดังนั้นเมื่อสอนจบขายหนุ่มก็ดิ่งออกนอกห้องไปทันที ท่าทางของเขารีบมากจนเกินกว่าที่จะมีธุระธรรมดาๆ
หญิงสาวถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายกับวิชาที่เรียน ทำไมต้องมาบังคับให้เรียนด้วย หลักสูตรเร่งรัดอะไรกัน..หลักสูตรสำหรับการเป็นราชินีอะไรกัน หล่อนไม่เคยคิดอยากจะเป็นว่าที่ราชินีอะไรนี่ซักหน่อย ถ้าหล่อนไม่ต้องมีภาระตรงนี้เข้ามายุ่งเกี่ยว บางนิกซ์อาจจะสอนวิชาการให้เธอบ้างตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ตอนแรก แต่คงไม่หนักถึงขนาดนี้ จากที่หล่อนได้ยินพวกข้ารับใช้คนอื่นๆในปราสาทนี้พูดกัน ท่านแองเจลิคคนนี้เรียนหมอมา ท่าทางหล่อนคงจะเป็นคนมีความรู้น่าดู ไม่งั้นคงไม่ได้เรียนหมอ ... ความคิดเพลินๆของร่างน้อยสะดุดลงเมื่อเห็นเอเธลยืนอยู่ตรงระเบียง หล่อนกำลังมองบางอย่างอยู่อย่างสนอกสนใจ
ร่างเล็กวิ่งเหยาะๆเข้าไปหา "เอเธล...ทำอะไรอยู่หรือ"
"อ้อ...ดูคุณกลีเฟ่วาดภาพในสวนดอกไม้อยู่ค่ะ...เอเธลอยากลงไปดูจัง....ลงไปดูด้วยกันไหมคะ" หญิงสาวยิ้มรับทันทีเมือเห็นเฟรเซีย เฟรเซียที่ต้องการสถานที่ผ่อนคลาย และห่างไกลจากความอึดอัดต่างๆที่เธอได้รับจึงตอบตกลงทันที
"ค่ะ!!"
เอเธลจูงเฟรเซียลงไปที่สวนดอกไม้ด้านล่าง หล่อนโบกมือเรียกหญิงสาวผมดำขลับที่กำลังตั้งอกตั้งใจวาดภาพ หล่อนไม่แต่แม้จะหันมามอง ทั้งคู่จึงคาดว่าหล่อนคงใช้สมาธิอย่างสูงอยู่จึงไม่ได้ยินเสียงเรียกของพวกเธอ
หญิงสาวสองคนนั่งยองๆ สายตาจ้องปลายพู่กันอันพลิ้วไหวของกลีเฟ่ น้ำหนักและสีลายเส้นที่อยู่บนกระดาษเฉียบคมสวยงาม ขณะที่สองสาวกำลังจ้องอยู่เพลินๆอยู่ดีๆปลายพู่กันก็หยุด เอเธลและเฟรเซียเริ่มสงสัยแล้วว่าพวกเธอทั้งคู่คงจะมารบกวนกลีเฟ่แน่ๆ
"เฮ้ออออ....นี่มันไม่ดีเลย...ไม่ว่าฉันจะพยายามวาดเท่าไหร่ มันก็ไม่ได้ดั่งใจซักที" นัยน์ตาสีแดงจ้องมองไปที่ภาพ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าเป็นปมด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ
"เอเธลว่าเส้นดูสวยออกค่ะ...ไม่เห็นจะไม่สวยเลย"
เอเธลพูดยิ้มๆ ในที่สุด ดูเหมือนกลีเฟ่จะรู้ตัวแล้วว่าข้างๆหล่อนมีเอเธลกับเฟรเซียนั่งจ้องอยู่ "ถึงอย่างงั้นก็เถอะ...ฉันก็ยังไม่พอใจนี่...ว่าแต่ว่าเฟรเซียเธอไม่เรียนหรอ"
"เรนขอหยุดค่ะ เลยสบายเลย ฮิฮิ"
เด็กสาวยิ้มสบายใจ แต่กลีเฟ่กลับจ้องหล่อนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ฉันสงสัยอย่างนึง...ถ้าเธอจะได้เป็นราชินีทำไมไม่พยายามกว่านี้...ถึงเรนไม่สอนเธอก็น่าจะหาอะไรมาอ่านเพิ่มความรู้นะ...เธอไม่รู้หรอว่าใครๆก็อยากเป็นราชินี"
เฟรเซียรู้สึกกดดัน หล่อนบอกไม่ถูกว่าทำไมกลีเฟ่จะต้องมากดดันเธอด้วย กลีเฟ่รู้หรือว่าตัวของหล่อนเองรู้สึกอย่างไร ...อยากเป็น...หรือไม่อยากเป็น แล้วทำไมต้องมาพูดใส่กันแบบนี้
"อ้าว...เฟรเซีย...พักหรือครับ" นิกซ์เดินเข้ามาถาม เขาโค้งให้เล็กน้อยเป็นมารยาท เอเธลหน้าแดงรีบยกกระโปรงแล้วโค้งรับแบบสุภาพสตรี ในมือใหญ่ของเขาเต็มไปด้วยถุงกระดาษพะรุงพะรัง เฟรเซียที่สังเกตเห็นจึงรีบเดินเข้าไปช่วย แต่พวกคนรับใช้ก็เข้ามาช่วยยกไว้เสียก่อน
"สวัสดีค่ะ นิกซ์ ..กำลัง...พักค่ะ ว่าแต่ นิกซ์ไปไหนมาคะ?" เฟรเซียถามกลับ
"ผมเพิ่งกลับมาจากธุระข้างนอกครับ ว่าแต่ว่าไหนๆคุณพักแล้วเราดื่มชากันไหม ผมหมายถึงเรา 4คนน่ะ" ชายหนุ่มยิ้มเชื้อเชิญ เอเธลพยักหน้ารับอย่างเต็มใจ ส่วนกลีเฟ่ก็ยังคงท่าทีเฉยๆ แต่หล่อนก็มิได้มีท่าทีปฏิเสธอะไร เฟรเซียหยุดคิดเล็กน้อย
"ก็ดีค่ะ" เฟรเซียรับอย่างเต็มใจ ทั้งสี่พากันเดินไปที่โต๊ะริมสวนสวย ทุกคนจัดแจงนั่งลงบนเก้าอี้หรูโดยมีนิกซ์ที่คอยดึงเก้าอี้ให้ ทั้งหมดนั่งคุยกันไปซักพัก หญิงรับใช้คนหนึ่งก็นำชุดถ้วยชาหรูหราพร้อมกับคุกกี้หลากรส น่ารับประทานอย่างยิ่งมาจัดวางเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น ชอคโกแลต แมคคาเดเมีย ข้าวโอ้ทวานิลลา และไวท์ชอคโกแลต สาวน้อยเริ่มสงสัยแล้วว่าน้ำชาที่นี่จะหอมและสดชื่นขนาดไหน นิกซ์กวักมือให้พวกข้ารับใช้วางของที่เขาถือไว้เมื่อครู่ไว้ข้างๆเขา ชายหนุ่มล้วงลงไปก่อนหยิบกระปุกบางอย่างออกจากถุงกระดาษ "ชากลิ่นวานิลลาสูตรหอมพิเศษ" หล่อนอ่านตัวอักษรบนกระปุก
"ผมซื้อมาฝากคุณ เฟรเซีย ไว้ทานจะได้สดชื่นนะครับ ไหนๆก็ไหนๆ...ผมชงให้ดีกว่า" ว่าจบชายหนุ่มก็บรรจงปรุงชาให้เฟรเซียดื่ม เอเธลเห็นอย่างนั้นจึงเอาใบชาที่ข้ารับใช้เตรียมมาให้ในตอนแรกชงให้กลีเฟ่ นิกซ์และตน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เฟรเซียเห็นท่าทีอย่างนั้น ก็เกิดความสงสัย และรู้สึกผิดว่าทำไมนิกซ์ต้องมาทำอะไรพิเศษให้ตนด้วย หล่อนสังเกตสีหน้าของเอเธลที่ยังคงปกติ ยตาของหล่อนที่จ้องมองไปทำให้เอเธลรู้สึกตัวก่อนยิ้มกลับมา
"ขอบคุณค่ะ...สำหรับชา" เฟรเซียเอ่ย
"ไม่เป็นไรครับ...จริงสิผมซื้อของมาฝากอีก" มือของเขาล้วงไปในถุงอีกครั้ง คราวนี้เขาคว้าเครื่องเงินที่ทำเป็นกระจกถือ ที่ตัวด้ามและขอบของกระจกบานน้อยนั้นสลักลายรูปนกดูงดงามพร้อมหนังสือนิยายเล่มหนึ่งให้แก่เธอ
"ผมตั้งใจเลือกมาให้เฟรเซียโดยเฉพาะ ทั้งกระจกและหนังสือ ถือว่าเป็นของขวัญในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ แบบว่าที่ราชินี ...ผมอยากให้คุณมีความสุขครับ" เขายิ้มจริงใจไม่มีท่าที่ประชดหรืออย่างไรแอบแฝงอยู่ในรอยยิ้มนั้น สาวน้อยรู้สึกเหมือนว่า...มันไม่เหมาะกับตัวเอง ทำไมเขาต้องเอาใจหล่อนขนาดนี้ด้วย
"นี่ของคุณกลีเฟ่ พู่กันที่คุณอยากได้" นิกซ์ยังคงล้วงของออกมาจากถุงอยู่ คราวนี้เป็นพู่กันด้ามยาวสีดำ แค่ดูด้วยตาก็เห็นแล้วแล้วขนของด้ามพู่กันด้ามนี้ทำมาจากขนสัตว์ชั้นดี
"อืมม ขอบใจนะ" กลีเฟ่กางมือออกรับ แล้วกลับมานั่งกินขนมอย่างสบายใจ
"นี่ของคุณเอเธล ขนแกะ ผ้าสักหลาด ด้าย ดิ้นทองดิ้นเงิน กระดุม ไหมพรม เหล่านี้คือผ้าเนื้อดีที่คุณต้องใช้...ผมจะให้คุณตัดเสื้อผ้าให้เฟรเซียเพิ่มเอาให้เหมาะกับหน้าหนาว...เพิ่มถุงมือด้วยจะดีมากครับ"พูดจบชายหนุ่มก็ส่งของทั้งหมดให้เอเธลดู หญิงสาวมองกลับมางงๆ
"ขอบคุณค่ะท่านนิกซ์ เอเธลจะทำให้เสร็จโดยเร็วค่ะ" เอเธลรับคำทั้งที่ยังคงงงๆอยู่ หล่อนมองหน้านิกซ์แล้วหันมามองหน้าเฟรเซียก่อนก้มลงมองของตรงหน้า แล้วเงยหน้ามายิ้มรับคำสั่งของนิกซ์อย่างเต็มใจ
คราวนี้กลับเป็นเฟรเซียที่มองหน้าทั้งคู่อย่างงงๆ
"นี่อะไรกันคะ" เด็กสาวถามชายหนุ่ม
"คือ...นี่ก็จะฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อากาศก็จะเริ่มเย็นขึ้น ชุดของคุณมันคงจะบางเกินไปแล้ว อาจจะทนหนาวไม่ค่อยได้ แล้วผมก็คิดว่าพวกเราต้องอยู่ที่นี่กันอีกนาน เลยจะให้เอเธลช่วยตัดชุดให้คุณเพิ่มครับ" ชายหนุ่มหันหน้าอธิบาย เขารู้สึกสงสัยว่าทำไมเฟรเซียจึงมีทีท่าที่ขุ่นเคืองเขาอยู่ไม่น้อย
"แต่ก็เพิ่งตัดไปนี่คะ...แล้วคุณไม่กลัวคนอื่นหนาวหรือ เช่นคุณเอเธล"
"เอเธลไม่หนาวหรอกค่ะ เฟรเซีย...งานมาก็ต้องทำสิคะ...เดี๋ยวเอเธลก็ใช้ของเก่าค่ะ เสื้อหนาวเอเธลก็ยังมี"
รอยยิ้มอันอบอุ่นของหญิงสาวที่ส่งมาให้หล่อนทำให้เฟรเซียขี้เกียจเถียง หล่อนจำได้วินาทีที่เห็นเอเธลปกป้องนิกซ์ขนาดนั้น ทำให้เธอคิดว่าเอเธลนั่นแหล่ะที่สมควรได้ของพวกนี้ หล่อนเป็นแค่สาวชาวบ้านที่บังเอิญได้เป็นว่าที่ราชินี่เท่านั้นเอง มันจะพิเศษขึ้นมามากขนาดไหน มันทำให้นิกซ์ต้องทำดีกับหล่อนมากกกว่าคนอื่นด้วยรึยังไง เฟรเซียรู้สึกกดดันอีกครั้งเมื่ออยู่ต่อหน้าทุกคน หล่อนจึงรีบทานให้เสร็จแล้วขอแยกตัวออกมา หล่อนทิ้งของที่นิกซ์ให้เอาไว้บนโต๊ะ เอเธลจึงคว้าหนังสือและกระจกเดินออกมาตามเฟรเซียจนมาถึงห้องนอนของหล่อนที่ถูกจัดใหม่ให้แยกกับพวกออร์บฮันเตอร์และเอเธล
"เฟรเซียลืมของจ้ะ" ช่างสาวส่งเสียงเรียกก่อนที่เฟรเซียจะเปิดประตูห้อง
เด็กสาวจ้องมองสิ่งของที่เอเธลถือเอาไว้ในมือด้วยสายตาสงบ "เอเธลเอาไปเถอะค่ะ...ข้าไม่อยากได้แม้แต่นิดเดียว"
"ทำไมล่ะ...ท่านนิกซ์อุตส่าห์ไปซื้อหามาให้เฟรเซียนะ น่าเสียดายออก..." เอเธลลูบกระจกบานน้อยราวกับว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงน่าสงสาร
"เอเธลสมควรได้มันต่างหาก เอเธลช่วยนิกซ์ไว้นี่ ทั้งหนังสือ เอย กระจกเอย แล้วไอ้ชาหอมๆนั่นด้วย"
"แต่ว่า.....ท่านนิกซ์บอกว่า นี่ให้เฟรเซียนี่คะ..ในฐานะว่าที่ราชินี...เอเธลจะไปเอาของท่านนิกซ์ได้ยังไงกันคะ"เอเธลยื่นของที่อยู่ในมือส่งให้แก่เฟรเซีย "เอเธลดีใจที่เฟรเซียได้เป็นว่าที่ราชินีนะ" หญิงสาวยิ้ม แต่เฟรเซียไม่ได้รู้สึกดีใจในรอยยิ้มที่เอเธลให้มาในคราวนี้เลย แต่มันกลับสร้างความสงสัย และความกังวลใจต่างๆขึ้นมามากมาย
"แล้วมันดีหรือไง.........ที่เพราะฐานะนี้ฉันถึงมีอภิสิทธ์มากกว่าคนอื่น.....เอเธล...."
คำที่เพื่อนสาวเอ่ยออกมาเต็มไปด้วยการตัดพ้อ ครานี้เอเธลตอบไม่ออก ได้แต่มองเฟรเซียที่หันเข้าห้องตัวเองไปก่อนปิดประตูใส่เอเธล หญิงสาวยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก จึงวางของเหล่านั้นไว้บนโต๊ะหน้าห้องนอนของเฟรเซียแล้วรีบเดินกลับออกไปเอาอุปกรณ์ที่วางไว้ในสวนก่อนจะไปเริ่มทำเสื้อผ้าให้เฟรเซียความคำสั่งของนิกซ์
วันต่อมา...ฮิวงะมาปลุกเฟรเซียแต่เช้าเพื่อเรียนกับเขา เฟรเซียสังเกตฮิวงะอย่างละเอียด เพราะปกติเธอจะไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้เขาเท่าไหร่นัก ฮิวงะเป็นคนที่จริงจังมากทั้งเวลาพิเศษและเวลาปกติ เขาไม่สนใจว่าหล่อนจะคิดเท่าไหร่นัก หน้าที่และงานมาก่อนเสมอในความคิดของเขา
ขณะพักฮิวงะได้เอ่ยปากคุยกับเฟรเซียที่นั่งจ้องบทเรียนอยู่
"ฉัน... เรน..เจดีและ นิกซ์ จะปกป้องเธอต่อไปหลังจากนี้ แต่ฉันก็ขอให้เธอเชื่อฟังพวกเราบ้าง ในคำที่พวกเราเตือนเธอ เพราะเธอคือความหวังของพวกเรา ว่าแต่...ฉันคิดว่ามันไม่สุภาพเลยนะที่เธอปฏิเสธของขวัญของนิกซ์" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเข้ม แต่เด็กสาวก็ยังเฉย จนตนเองยังอดคิดไม่ได้ว่าความเกรงกลัวที่ตนเคยมีต่อฮิวงะนั้นหายไปไหน
"เฟรเซียไม่อยากได้ค่ะ...มันไม่เหมาะกับฉัน" เด็กสาวเอ่ยเสียงเรียบ...ทำไมทุกคนต้องพูดแบบนี้กับเธอด้วย
"เธอทำอย่างนี้เหมือน...ไม่ต้องการเป็นราชินีอย่างนั้นรึ เธอไม่เข้าใจว่าพวกเราผ่านอะไรมาบ้าง และทำไมนิกซ์ถึงเอาใจเธอ" ชายหนุ่มกล่าว ในใจของเขาเหมือนคิดอะไรอยู่ "เขาเป็นคนตั้งกลุ่มเราขึ้นมา เขาต้องให้ความสำคัญเธอ และพวกเราก็เช่นกัน"
"ความสำคัญหรอ...แล้วทำกับข้าแบบธรรมดาไม่ได้หรือไงคะ"
"...เธอเป็นว่าที่ราชินี...เราไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดแบบที่เกิดกับแองเจลิค ท่านเข้าใจไหม การวางตัวไม่เหมาะสมอาจนำพาเรื่องยุ่งยากมาให้ นิกซ์มีเงินก็ให้เขาดูแลเธอเรื่องนั้นไปเถอะ เรนยิงปืนแม่นมีความรู้ทางวิทยาศาตร์ก็ให้เขาดูแลเธอเรื่องนั้น ส่วนฉันพอจะมีฝีมือต่อสู้ก็จะปกป้องเธอสุดความสามารถและเจดีก็เช่นกัน...เราพูดกันพอแล้ว มาเรียนกันต่อดีกว่า"
...แต่ละคนมีความสามารถแบบไหน มีฐานะอย่างไรก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองงั้นหรอ? งั้นที่เรามีพลังในการชำระล้าง....ก็ควรที่จะทำหน้าที่เป็นราชินีต่อใช่ไหม?... หญิงสาวคิดหนัก...ดังนั้น เธอก็ควรยอมรับในความเปลี่ยนแปลงและความแตกต่างที่คนอื่นมีให้..อย่างนั้นสินะ?...
เมื่อคิดได้เฟรเซียจึงรู้สึกผิดที่หล่อนทำกับเอเธลอย่างนั้น หล่อนจึงไปหาเอเธลที่ห้องในตอนค่ำ
"เอเธล...ขอเข้าไป..." ไม่ทันเอ่ยคำขอจนจบเฟรเซียพบว่าประตูห้องแง้มเอาไว้อยู่ เอเธลนั่งหันหลังกำลังร่างแบบเสื้อผ้า แล้วคิดเลือกวัสดุให้เข้ากับงานอย่างใจจดจ่อ
"ฉันขอโทษเรื่องเมื่อวานนะ...เอเธล" เฟรเซียเอ่ยออกมาเมื่อเดินไปอยู่ข้างๆกายเอเธล
นัยน์ตาสีเทาหันมามอง หล่อนยิ้มให้เช้นเคย "จ้ะ...ไม่เป็นไรหรอก ไม่โกรธนี่จ้ะ"
"ว่าแต่เอเธลไม่รู้สึกน้อยใจเหรอ...ที่นิกซ์เอาใจฉันน่ะ"
"เอเธล...ไม่รู้ค่ะ แค่ท่านนิกซ์มีความสุข เฟรเซียมีความสุข...เอเธลรู้มาว่าราชินีท่านจะมีความสุขในการช่วยเหลือคนนะคะ พอเฟรเซียเป็นราชินีแล้ว...ท่านนิกซ์ คุณเจดี คุณเรน คุณฮิวงะ และตัวเอเธลเอง ก็มีความสุข และยิ่งไปกว่านั้น เฟรเซียก็น่าจะมีความสุขใช่ไหมคะ ได้ช่วยเหลือคน ปราบทานาโทส...บ้านเมืองสงบสุข....น่าจะมีความสุขนะคะ"
"แล้วความสุขของเอเธลล่ะ...."
"ก็อย่างที่พูดไปแล้วล่ะค่ะ...ขอให้เอเธลได้ทำในสิ่งที่รักก็ดีแล้วค่ะ...แต่ถ้าเฟรเซียและท่านนิกซ์มีความสุข...เอเธลไม่ต้องการอะไรมากกว่านั้นหรอกค่ะ...ก็เท่านั้นเอง"หญิงสาวกล่าวแล้วก้มหน้าทำงานต่ออย่างขะมักเขม้น
เฟรเซียรีบเดินออกมาจากห้อง...แท้จริงแล้วหล่อนต้องแอบไม่พอใจตัวเธออยู่แน่นอน...เฟรเซียคิด ...เอเธลพูดประชดหรือเปล่าหล่อนก็ไม่แน่ใจ หล่อนต้องการทำในสิ่งที่หล่อนรักแล้วมาทำรู้ดีว่าเธอทำอะไรแล้วจะมีความสุข แต่ว่าตัวเธอเองไม่ชอบการเรียนในสิ่งที่ตนไม่ชอบ ใครกันที่จะชอบทำในสิ่งที่ไม่ชอบ... เฟรเซียเดินออกมานอกห้องของเอเธลแล้วกลับไปนอนพัก วันต่อมาเมื่อเลิกเรียนกับเรนแสร็จหล่อนก็ได้ไปเรียนกับเจดี หล่อนพบว่าช่างสนุกเหลือเกินที่อยู่กับเขา เจดีไม่ได้เปลี่ยนไปเลยจากตอนแรกที่พบกัน ทำให้เฟรเซียดีใจ แต่พอนิกถึงนิกซ์ เอเธล และกลีเฟ่ ฮิวงะทำให้หล่อนรู้สึกเศร้าขึ้นมาทันที
"เจดี...เฟรเซียไม่อยากเป็นราชินีค่ะ..."
"ทำไมล่ะครับ?"
"เฟรเซียเป็นไม่ได้หรอกค่ะ เรียนกับเรนก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง คุณนิกซ์ก็ทำตัวเป็นพ่อยกใหญ่ ส่วนคุณฮิวงะก็เถียงอะไรไม่ได้ซักคำ" เด็กสาวก้มหน้างุด
"ทำไมคุณถึงคิดว่าเป็นไม่ได้หล่ะครับ คุณได้ถูกเลือกมาแล้ว...แต่ว่านะ แองเจก็ไม่ได้อยากมาเป็นราชินีหรอกตอนแรกๆน่ะ" ชายหนุ่มยิ้มให้กับความงุนงงของเด็กสาวตรงหน้า "แต่พอเธอได้ช่วยคนเยอะๆแล้วเธอก็รู้สึกว่าเธอจะต้องปกป้องพวกเขา...ปกป้องเหล่าผู้คนที่เธอรัก เฟรเซียไม่อยากปกป้องคนที่คุณรักหรือครับ"
"ก็...อยากค่ะ"
"ถ้ายังงั้นผมก็ไม่เห็นว่าคุณจะไม่เหมาะสมหรืออะไรนี่นา" เจดียิ้มให้กำลังใจหล่อน เฟรเซียรู้สึกอบอุ่นกับคำพูดนี้ แต่ว่าอากาศภายในห้องครัวเริ่มร้อนขึ้นแถมกลิ่นไหม้ก็ลอยตามมา "อะ สโคนที่อบไว้จะไหม้แล้ว" เจดีวิ่งไปเปิดตู้อบทันเวลาพอดี เฟรเซียหัวเราะคิก ลืมความเศร้าภายในใจไป บางทีหล่อนอาจจะต้องทนกับมันบ้าง เพราะอย่างน้อยเจดีก็ยังเหมือนเดิม
***
ณ ห้องนอนของนิกซ์
"ฉันไม่เห็นว่ายัยนั่นจะมีความพยายามอะไรเลยนิกซ์!!!" ชายหนุ่มผมแดงกล่าวติดอารมณ์
"หล่อนไม่ชอบ...โดนบังคับให้เรียนนู่นนี่...ใครกันชอบถูกบังคับในสิ่งที่ตนไม่ชอบ เรื่องนี้ฉันพอจะเข้าใจ" เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าเอ่ยอย่างหนักใจ
"แล้วคราวแองเจลิคล่ะ เธอยังยอมรับชะตาของตน แล้วทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม" เรนยังไม่เลิกรา ฮิวงะกับเจดีมองท่าทีเช่นนี้รู้สึกเหนื่อยใจ
"เรนฉันคิดว่านายน่าจะให้เวลาเฟรเซียหน่อยนะ" เจดีเถียงเสียงนุ่ม
"เวลาหรอ!!! นายคิดว่าพวกเรามีเวลาขนาดไหนกัน ป่านนี้ไอ้พวกทานาโทสคงอาละวาดเมืองอื่นๆอยู่ ในขณะที่เรามานั่งสอนหนังสือยัยนั่น!!"
"แต่ว่านายต้องเข้าใจว่า มันยากสำหรับหล่อน" นิกซ์เอ่ย
"ยาก...ยากงั้นรึ ไม่เห็นจะยาก ถ้าคนที่ได้พลังนี้เป็นคนอื่นอาจจะง่ายกว่านี้"
"เรน...จะรู้ได้ไงว่ามันจะง่ายกว่านี้...ท่านเรเน่บอกมาอย่างนั้น และเราเองก็ออกจากที่นี่ไม่ได้ถ้าไม่มีคำสั่งของท่านเรเน่" ชายหนุ่มผมดำก้มหน้าพูด ใบหน้าของเขามีความตึงเครียดแฝงอยู่
"อ้อ นิกซ์นี่นายจะอยู่ที่นี่เพราะกลัวโดนสิงสินะ" เรนเย้ยถากถางนิกซ์ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มขึงขังขึ้นมาด้วยความโกรธ ทว่ายังสงวนท่าทีเอาไว้
"ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น...ไม่ได้กลัว" เสียงเข้มเอ่ยด้วยความโกรธอันทวีความแรงขึ้นเรื่อยๆ
"หรือเพราะเอเธล หล่อนอยู่คนเดียวได้ ช่างตัดเสื้อธรรมดา ไม่ใช่ราชินี คนที่นายและฉัน และทุกๆคนที่นี่ควรเป็นห่วงคือแองเจลิค เข้าใจไหม!!?"
"เลิกเอา...เอเธลหรือเรื่องของฉันมาอ้างซักที....คิดจะเอาชนะพอรึยัง...เสร็จแล้วรีบออกไปล่ะ อย่าลืมว่านี่ห้องนอน ฉัน" ดวงตาสีน้ำเงินจ้องนัยน์ตาสีเขียวเขม็ง หนุ่มผมแดงอึ้งกับคำพูดของเพื่อนตน
นิกซ์นิ่งแล้วลุกเดินหันหลังออกจากห้องนอน เขาไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับหนุ่มเลือดร้อนต่อ ยิ่งฟังยิ่งอารมณ์ขึ้น เขาสงสารที่เอเธลต้องเคยมาเป็นแบบที่เขาเคย...แล้วมันแปลกตรงไหน? แล้วที่ทำตามคำสั่งท่าเรเน่มันผิดอย่างไร? นิกซ์รีบสาวเท้าเดินไปที่อื่นทันที โดยที่ไม่รู้ว่าดวงตาสีอำพันแอบมองเขาอยู่ และหล่อนได้แอบฟังการทะเลาะของพวกเขามาซักพักใหญ่แล้ว ตอนแรกสาวน้อยแค่เดินมาตามเสียงโวยวายที่ดังขึ้น แต่เพราะประตูที่แง้มออกมาทำให้หล่อนได้ยินทั้งหมด
ภายในห้องนอนใหญ่หลังจากที่นิกซ์ลุกออกไปแล้ว ชายหนุ่มผมเงินก็ก้าวเข้ามาประจันหน้ากับเรน เขาซึ่งยืนเงียบมาตลอดเห็นทีต้องพูดเสียแล้ว
"เรน...ฉันว่านายหนักไปนะเรื่องนี้...การเฟรเซียได้เป็นว่าที่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเราลืมท่านแองเจลิค เพียงแต่...พลังนั้นหันมาเลือกเฟรเซีย เราก็ต้องดูแลปกป้องหล่อนอันนี้มันแน่นอนอยู่แล้ว จะให้เลือกอย่างที่ชอบมันไม่ได้หรอกนะ...ส่วนเอเธล ก็เป็นชาวอัลเคเดีย เราก็ต้องปกป้องหล่อนเหมือนกัน" เขากล่าวเสียงเข้มตามปกติ แต่ทุกคนก็รู้ ว่าชายหนุ่มผู้นี้จริงจังขนาดไหน
"พอกันที! ฉันเบื่อยัย2 คนนั่นทั้งคู่เลย โดยเฉพาะยัยเฟรเซียที่ทำท่าเบื่อหน่ายกับวิชาของฉัน แล้วยังมาดื้ออีก ถ้าพลังนั่นยังอยู่กับแองเจลิค ...เฟรเซียก็ไม่สำคัญหรอก ไม่มีความจำเป็นเลยด้วย!!!"
"...ฉันเองก็รู้ตัวอยู่...ไม่เห็นต้องมานินทาลับหลังนี่" เฟรเซีย เอ่ยเบาๆ แล้วเดินกลับห้องนอนของตนไป แต่เมื่อมาถึงห้องตัวเองแล้ว ก็พบเอเธลยืนอยู่หน้าห้องของหล่อน เอเธลถือชุดที่ทำเสร็จแล้วอยู่หน้าห้อง ท่าทางหล่อนดูอ่อนเพลียสงสัยจะไม่ได้นอนทั้งคืนอีกตามเคย
"เฟรเซีย...ฉันทำเสร็จแล้ว...ดูสิ" เอเธล ยื่นชุดที่สุดแสนภูมิใจของหล่อนให้เธอดู เฟรเซียยิ้มน้อยๆก่อนยื่นมือไปรับของแล้วถามเอเธล
"เอเธล...เราไปด้วยกันเถอะเฟรเซียไม่อยากอยู่ที่นี่"
"แล้วพวกผู้ชายล่ะจ้ะ...พวกเขาต้องการเธอนะ"
"พะ.....พวก เขาไม่ต้องการข้าแล้วล่ะ เอเธลด้วย เราหนีไปกันเถอะค่ะ" เด็กสาวกอดเสื้อที่ตนถือเอาไว้แน่น ไหล่บางสั่นระริก ....ไม่ว่าใคร...ไม่ว่าที่ไหนก็ไม่ต้องการเธอ...
เอเธลมองเฟรเซีย หล่อนมีสีหน้าเศร้าหมองเล็กน้อย ทว่ามือบางกลับกำแน่น
"ถ้าเฟรเซียต้องการอย่างนั้น...เอเธลก็จะไปเก็บของค่ะ" พูดจบหล่อนก็เดินกลับห้องไปเก็บของอย่างว่าง่าย
ระหว่างที่เฟรเซีย เก็บของใช่ส่วนตัวของตน กลีเฟ่ก็มาปรากฎในห้องนอนของตน
"เธอคิดจะทำอะไร...หนี..หรือไง" หญิงสาวยิ้มสบาย นัยน์ตาสีแดงจ้องมาที่เด็กสาว
"อืม...ใช่แล้ว อย่ามาขวางนะกลีเฟ่"
กลีเฟ่ที่เห็นท่าทางของเฟรเซียที่จ้องกลับมาที่ตนยักไหล่ก่อนยิ้มบาง"ฉันไม่ได้มาขวาง แต่ถ้าฉันบอกว่าฉันเองเข้าใจเธอยิ่งกว่าใครล่ะ เพราะฉันก็หนีมาจากบ้านเหมือนกัน"
"อย่างงั้นหรือคะ" เด็กสาวเพิ่งรู้ว่าหญิงตรงหน้าหนีออกจากบ้านมา ทำให้เฟรเซียรู้สึกแปลกใจไม่น้อย
"...อืมม...ใช่ คือ...ที่บ้านอยากให้ฉัน...เป็นชาวประมงต่อจากพ่อน่ะ...แต่ฉันไม่อยากเลยหนีออกมา แต่ว่านะ..แต่ว่าคนเราต้องมีทางเลือกของตัวเอง นั่นถูกต้องที่สุด...ฉันจะช่วยเธอหนีละกัน เพราะฉันก็จะไปด้วย ขอไปเก็บของก่อน แล้วเจอกันที่สวนด้านล่างนะ" หญิงสาวพูดจบก็เดินออกจากห้องไป หากในยามปกติ เฟรเซียคงจะสงสัยในคำพูดของหล่อนอย่างเป็นแน่ แต่เพราะครั้งนี้เธอคิดแต่เรื่องที่จะหนี และรู้สึกซึ้งใจในการเสอนตัวเข้ามาช่วยเหลือของกลีเฟ่ ทำให้เธอไม่ได้ติดใจอะไรในคำพูดนั้น
"จ้ะ...ขอบใจมากนะกลีเฟ่...."
เอเธลจัดเก็บของใช้ของตัวเองจนเสร็จ หล่อนฉุกคิดถึงมารยาทว่าไม่ควรที่จะไปโดยไม่เอ่ยคำลา แต่เฟรเซียท่าทางเสียใจและไม่อยากจะพูดอะไรแต่พวกหนุ่มๆ เอเธลจึงนั่งลงแล้วเขียนจดหมายเล็กๆวางไว้บนเตียงของตน เมื่อก้าวออกมาจากห้อง ก็เห็นชายหนุ่มในชุดสีน้ำเงินกำลังจะเดินผ่านห้องตนไป
"ท่านนิกซ์คะ...เอเธลตัดชุดให้เฟรเซียเสร็จแล้วนะคะ"
"ครับ ขอบคุณมาก" เขาตอบน้ำเสียงขุ่นๆ เจ้าตัวยังเดินไปเรื่อยโดยไม่สนใจหญิงสาวเลยแม้แต่นิด
"เอเธลอยากจะบอกว่า...เอ่อ.." หญิงสาวเดินตามหมายบอกกล่าว แต่เขาไม่หยุดเดินเลยจนมาถึงหน้าห้องนอนของตัวชายหนุ่มเอง
"ไว้ทีหลังครับ...ผม...ไม่ว่างครับ ผมขอตัวและราตรีสวัสดิ์ครับ"
"ราตรีสวัสดิ์ค่ะท่าน...นิกซ์"
เมื่อนิกซ์เข้าห้องนอนเสร็จร้อยแล้ว เจ้าหล่อนก็รีบไปขนของไปพบเฟรเซียที่ห้อง ทั้งคู่รีบมาที่สวนด้านล่างตามที่นัดกลีเฟ่ไว้ แต่ดูเหมือนว่ากลีเฟ่ยังมาไม่ถึง ทั้งสองจึงตัดสินใจรอต่อ ทันใดนั้นร่างเงาตะคุ่มๆ เข้ามาใกล้ๆทั้งคู่ เมื่อเฟรเซียเห็นว่าเป็นหญิงสาวผมดำคนสวยก็โล่งใจทันที
"รอนานไหม ขอโทษที"
"ไม่เป็นไรจ้ะ" เฟรเซียเอ่ย
"อืม...พวกทหารยามหลับหมดเลย ตะกี้...ไปเช็คมาน่ะ เรารีบไปกันเถอะ" กลีเฟ่รีบนำอย่างไม่มีท่าทีรอ ทั้งเฟรเซียและเอเธลยังคงตามอย่างไม่ลดละ ทั้งหมดผ่านประตูและกำแพงหนาหลายชั้น จนในที่สุดก็ออกมาถึงตัวเมืองได้ กลีเฟ่ที่ดูไม่เหน็ดเหนื่อยเลยเดินนำ หญิงสาวที่เหลือมาที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ป้ายไม้สลักชื่อสีทอง อ่านได้ว่า "โรงเตี๊ยมโรสแมรี" ทั้งหมดเข้าไปในนั้นเพื่อหาที่พัก แต่ก็พบว่ายังมีคนนั่งทานอาหารและดื่มเหล้ากันมากมาย แล้วที่นี่จะมีห้องพักให้พวกเธอไหมนะ
"กลีเฟ่ ทำไมไม่พาฉันออกนอกเมืองไปเลยล่ะ" เฟรเซียเอ่ยถามพลางมองบรรยากาศครึ้มเหล้ารอบกาย
"ก็...ประตูเมืองปิดแล้ว...ไว้ยังไงค่อยคิดอีกทีนึงว่าจะยังไงต่อ... ตอนนี้พักก่อน ฉันอยากนอนด้วย"
"ก็ได้" เฟรเซียต้องตามใจกลีเฟ่ไปก่อนเพราะแม้ท่าทางของหล่อนจะดูสบายจนเหมือนคนไม่คิดพาพวกเธอหนีออกไปเลยก็ตาม แต่เฟรเซียก็รู้สึกว่าหล่อนไว้วางใจได้
ทันใดนั้นเองก็มีหญิงสาวน่าตาจิ้มลิ้มน่ารักคนหนึ่งเดินข้ามาด้วยท่าทางราวกับนักเลงดูแล้วไม่เข้ากับหน้าตาของเธอเลย หล่อนเดินตรงเข้ามาหาทั้งสาม
"สวัสดีจ้าฉันชื่อโรสแมรี เป็นลูกเจ้าของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ สนใจจองห้องพักไหมจ้ะ" หล่อนยิ้มกริ่ม รอยยิ้มนั้นดูซุกซนจนคนเห็นก็อดอยมยิ้มตามไม่ได้
"อืม...ใช่" กลีเฟ่ ตอบแทนทั้งคู่
"เยี่ยมเล้ย! รับรองว่าการบริการไม่ผิดหวังจ้า เชิญๆๆๆทางนี้เลย" หล่อนกล่าวจบก็เดินนำทางหญิงสาวทั้งสามคนไปยังห้องพัก ทั้งหมดเดินถือกระเป๋าของตนเองไว้ ก่อนเดินตามโรสแมรี่ไปอย่างเงียบๆ

#1 By โปรแกรมบัญชี (58.9.163.8) on 2009-01-19 12:56