บทที่9 การเปิดเผย
posted on 04 Feb 2008 01:44 by canvasvanilla in Fanfictionบทที่9 การเปิดเผย
By natjamah
หนึ่งอาทิตย์แห่งความเหนื่อยยากของการสอยเทอมแรกผ่านไปนักเรียนทุกคนต่างรู้สึกเหนื่อยล้ากับการสอบที่ยากเข็ญ ต่างคนต่างพากันทยอยกลับบ้านไปอยู่ช่วงปิดเทอมครอบครัว แต่มีเพียงเด็กจำนวนไม่กี่คนเท่านั้นที่ต้องอยู่หอ ต่อเนื่องจากไม่สามารถกลับบ้านได้และไม่มีบ้านให้กลับ
สาวน้อยผมน้ำตาลอ่อนผู้น่ารักโรซารีกำลังง่วนอยู่กับเก็บของใส่กระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่เพื่อการเดินทางกลับบ้านของหล่อน ผมสีน้ำตาลที่ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยปรกลงมาที่ใบหน้าหวาน
*เอาหล่ะเสร็จซักที*โรซารีถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าพรุ่งนี้ทางบ้านจะส่งคนมารับหล่อนตื่นเต้นที่จะได้กลับไปเจอพ่อและแม่ที่รัก
ดวงจาสีฟ้ากลมโตจ้องไปยังแองเจลิก้าอย่างงงๆก่อนท่จะเอ่ยว่า
*แองจ้ะ...ไม่กลับบ้านหรอ..ฟาเซ๊ทต้าเองก็กลับบ้านไปแล้ว*
ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากหญิงสาวผมสีม่วงสวยดวงตาที่ว่างเปล่าของหล่อนจับตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างว่างเปล่า หล่อนเห็นร่างของชายหนุ่มต่างชาติยืนรอหน้าหอพักอย่างเก้อเขิน
*นาโอจิมา...*แองเจลิก้าเอ่ย โรซารีเดินมาที่หน้าต่างอย่างลืมตัวและมองลงมาจ้องมองชายหนุ่ม ัทนทีหล่อนรู้สึกกระอักกระอ่วนกับเพื่อนสาวร่วมห้อง...โซราเรีย ดวงตาสีฟ้าหันไปมองอย่างรู้สึกผิด หล่อนคาดว่าจะได้รับสายตาชิงชังจากเพื่อนสาว แต่สิ่งที่โรซารีได้รับกลับเป็นสายตาซึ่งมองมาอย่างสงสัยใส่หล่อน โซราเรียยิ้มให้ ก่อนที่จะยกเชลโล่ของหล่อนออกไปซ้อมที่อื่น
ไม่นานนักโรซารีก็รีบลงมาจากหอพักมาหาหนุ่มตาคมที่ยืนรอเธออยู่
*นาโอจิคุงมีอะไรหรอค้ะ
*อ่าา..คือโซราเรียเพิ่งออกไปหน่ะโรซารีคุง**หรอค้ะ*
*คือ..เดินทางปลอดภัยน้ะครับถ้าเป็นไปได้...ผมอยากจะชวนโรซารีคุงไปงานเลี้ยงเต้นรำที่พระราชวังที่ประทับของเจ้าชายอเล็กซานเดอร์และเจ้าชายคริสทอฟหน่ะซึ่งเป็นพระญาติกับท่านริชาร์ดที่2ครับ*
*ขอคิดดูก่อนน้ะค้ะ...โรซารีพูดอย่างเกรงๆ เพราะหล่อนเองยังไม่กล้าที่จะไปเที่ยวกับเขาอยู่ดี ถึงแม้ว่าจะรู้ใจตนเองและหนุ่มต่างชาติคนนี้ก็ตาม
*ไม่เป็นไรครับผมรอได้...แต่ขอให้พบถามอีกในโอกาสต่อไปน้ะครับ*เมื่อจบการเอ่ยถามเขาก็โค้งและหันหลังกลับเดินออกไปทันทีอย่างสุภาพแบบชาวตะวันออก
ในที่สุดหอพักหญิงก็เหลือเพียงแค่นักเรียนหญิงเพียงสองคน โซราเรียและแองเจลิก้า แองเจลิก้านิ่งเงียบไปหลายวันนี่เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้ว หล่อนไม่พูดคุยกับใครแม้กระทั่งโซราเรีย สิ่งนี้ทำให้หญิงสาวผมแดงเป็นกังวลมาก แต่หล่อนเองก็มีภาระหน้าที่ ช่วยทำความสะอาดหอพักและเล่นดนตรีแลกกับค่าตอบแทนจึงไม่ได้ถามไถ่ทุกข์สุขเพื่อน โซราเรียได้รับงานให้ได้เข้าไปเล่นเชลโล่กับวาเนสซ่าในงานเลี้ยงเต้นรำที่จะมาถึงซึ่งเป็นงานเปิดตัวของเจ้าหญิงพระองค์หญิง สิ่งนี้ทำให้เธอปลาบปลื้มและภูมิใจ โซราเรียพยายามที่จะพูดคุยกับแองเจลิก้าที่นิ่งเฉยแต่ก็ไม่เป็นผล
จนเมื่อวันหนึ่งแองเจลิก้ายกกล่องใหญ่ใบหนึ่งเข้ามาในห้องและพูดกับโซราเรียด้วยน้ำเสียงปกติ
*พัสดุจากพี่ชาย...ส่งมา...ดูกันไหม?*แองเจลิก้ายิ้มน้อยๆ
*มาชั้นช่วยถือ*สาวผมแดงรีบวิ่งมาช่วยแองเจลิก้ายกกล่องเข้าห้องพักของทั้งคู่
มือขาวๆของแองเจลิก้าเปิดกล่องทันทีอย่างรวดเร็ว ท่าทางตื่นเต้นของหล่อนทำให้โซราเรียแอบอมยิ้ม
ภายในกล่องที่ถูกเปิดออกมีสวยออกงานราตรีหลายชุดหลากสี น้ำหอมขวดสวยงามหรูหรา เครื่องสำอางและเครื่งประทินผิวมากมมายละลานตา มีชุดหนึ่งที่สะดูดดวงตาสีเขียวหยกของหล่อน ชุดสีฟ้าอมเขียวน้ำทะเลแขนยาวระบายน้อยๆกระโปรงยาวจรดพื้นเนื้อผ้านุ่มชายผ้ามีน้ำหนักทิ้งตัวได้อย่างสวยงามเหมาะเจาะ กับร้องเท้าส้นสูงที่คู่กันสวยงาม
*อันนี้สงสัยพี่อังเดรให้....*แองเจลิก้าเอ่ยเบาๆพลางหยิบสิ่งของสารพัดจากกล่องมาดูว่าใครส่งอะไรมาให้บ้าง
*โซ...เธอไม่มีชุดสวยๆไปแสดงนี่หน่า...ถ้าอยากได้ฉันให้...*แองเจลิก้าแสดงน้ำใจในสิ่งที่สูงค่ากว่าคนที่ควรจะได้รับ
*...อย่าดีกว่าา...มันสวยไป...อีกอย่างแพงด้วย...ชั้นใส่ไม่ขึ้นหรอก*โซราเรียเอ่ยอย่างท้อแท้
ก๊อกๆ*เสียงเคาะประตูจากข้างนอก
*ท่านแองเจลิก้า...รถมารับแล้วค่ะ*เสียงอ่อนๆของอาจารย์อิซาเบลล่า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคารพและยำเกรง
*มากับแล้วซิน้ะ...ของพวกนั้นเอาไว้แต่งตัวน้ะ...โซ*สาวน้อยตาสีอเมทิสต์เดินออกนอกห้องไปอย่างนิ่งเฉย ปล่อยให้เพื่อนสาวผมแดงถูกทิ้งอยู่ในห้องลำพังด้วยความสงสัยในความเปลี่ยนแปลงของแองเจลิก้าและท่าทางอย่างนั้นของหล่อน
ร่างของแองเจลิก้าเดินไปที่รถหรูหราที่มารับอย่างเหนื่อยหน่าย
หลอ่นหันมามองหอพักอีกครั้งก่อนที่จะเข้ารถคันหรูและออกไป
โซราเรียนิ่งอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทว่าหล่อนเองก็มีธรุจึงพยายามลืมคิดถึงอาการประหลาดของเพื่อนสาวทอมบอยซ้อมดนตรีอย่างตั้งใจ
เมื่อวันสำคัญมาถึงวานเสซ่าและโซราเรียต่างถูกรับไปที่พระราชวังทั้งคู่ต่างพูดคุยกันไประหว่างทาง
*แหม...สวยมากเลยน้ะโซราเรียวันนี้...แต่มาเพื่อการนี้โดนเฉพาะเลยสิน้ะ*
*อืม...ก็ชักอยากเป็นนักดนตรีในราชสำนักแบบพ่อของเธอนิ...อิอิ*
*งั้นหรอ...ฮ้าาาเราถึงแล้ว*วาเนสซ่าขี้นิ้วเรียวของหล่อนไปยังปราสาทโอ่อ่าที่สวยงามใต้ดวงจันทร์เต็มดวง กำแพงที่ล้อมรอบนั้นสูงมากจนมองเข้าไปไม่เห็น เมื่อรถขับเข้ามาในเขตพระราชฐาน ทั้งคู่ก็ได้เห็นสวนใหญ่ที่ตรงกลางมีน้ำพุขนาด มโหฬาร ที่เกาะสลัก เป็นรูปเทพเจ้ากรีกโรมันอย่างประณีต ดอกไม้บานเรียงราย และแสงไฟที่จัดในสวนและที่สองออกมาจากตัวปราสาทสว่างจ้าจนแทบเปลี่ยนกลางคืนเป็นกลางวัน เป็นภาพที่สวยงามและน่าประทับใจแค่นักดนตรีสาวทั้งคู่
สองสาวลงจากรถด้วยความตื่นตาตื่นใจทั้งคู่รีบตั้งสติและรีบคว้าเครื่องดนตรีของพวกหล่อนเดินเข้าห้องโถงใหญ่ที่มีผู้ดีมากหน้าหลายตาเดินพูดคุยจิบไวน์สนทนากัน
อเล็กซิสเห็นทั้งคู่เดินเข้ามา เขาอยู่เสื้อสูทสีดำเดินเข้ามาและบอกให้ทั้งสองรีบไปที่เวทีที่เตรียมไว้ สาวน้อยผมแดงดูแปลกใจ แต่วานเสซ่ากลับยิ้มและตอบอเล็กซิสด้วยน้ำเสียงแสดงความเคารพและอ่อนหวาน
*เพคะ...ฝ่าบาทอเล็กซิส*
*อเล็กซิส...ฝ่าบาท!!!???*
*อเล็กซิสเป็นเจ้าชาย...เป็นคู่รักกับออร์เฟอุสนี่เธอไม่รู้หรอ*วาเนสซ่ายิ้ม
*หาา!!*
วาเนสซ่าคว้าข้อแขนของโซราเรียและวิ่งไป แต่มือผู้ถูกนินทาอีกคนกำแขนของอีกข้างโซราเรียไว้แน่น
*โอ๊ย!!เจ็บน้ะ*โซราเรียร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด
*ตะกี้เธอสองคนนินทาอะไรชั้น*เจ้าของดวงตาสีฟ้าผมสีทองมีนามว่าออร์เฟอุสเอ็ดตะโรเลือดขึ้นหน้า คามิว ลุดวิก และเอ็ดยืนอยู่ข้างหลังเขามองมาสายตาฉงน
*ออร์เฟ่!!*
*เธอมาทำอะไรทีนี่...นี่มันงานเปิดตัวของเจ้าหญิงน้ะ*เสียงของชายหนุ่มอ่อนลงเขารับปล่อยมือทันใดส่งสายตาขออภัยกับหญิงสาว คนที่เขาไม่อยากให้มาในค่ำคืนนี้ที่สุด
*มาเล่นดนตรีไง*เขาพิจารนานักเชลโล่สาวทั้งหัวจรดเท้าหล่อนดูสวยและน่ารักจนเขาไม่อยากจะต่อว่าเธออีก ออร์เฟอุสเริ่มลืมตัวเผยสิ่งที่อยู่ในใจ
*เธอ...สวย...น่ารักมากจนฉันอยากจะ...*
*ชวนลูกสาวของฉันเต้นรำสิออร์เฟอุส*เจ้าชายคริสทอฟ เป็นชายแก่ดูภูมิฐานผมสีดอกเลา ใบหน้ายังคงความหล่อในวัยเยาว์ให้เห็นเดินเข้ามาใกล้ให้สาวทั้งสองรีบเดินออกไปทันที
*ว่าไงหล่ะท่านลุดวิค ท่านแม่ของเจ้าและท่านดยุคสบายดีหรือเปล่า?
*ทั้งคู่ สบายดีอยู่ถึงแม้ว่จะมีปากเสียงกันบ้างพะย่ะค่ะ*
เสียงแตรดังขึ้นเป็นท่วงทำนองสั้นๆ เจ้าหญิงรูปงามในชุดสีม่วงกรุยกรายท่าทางขี้อ้ายก้มหน้าเดินออกมาจากประตูบานใหญ่ ผมสีลาเวนเดอร์ของหล่อนเป็นประกายกับแสงเทียนทั้งห้องโถงงานเลี้ยง ดวงตาสีอเมทิสต์ส่องสวยงามดั่งอัญมณีล้ำค่า เพียงแค่การชายตามองของหล่อนเท่านั้นทำให้หัวใจของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ตกเป็นทาสรักได้ทันที
*หล่อน...สวยมากเลยโซราเรียดูสิ*วาเนสซ่าเอ่ยเสียงใส
*อืม...สวยๆ*หล่อนมององค์หญิงคนงามแค่ปราดเดียวอย่างไม่ใส่ใจและเริ่มสีเชลโล่ส่งเสียงกังวาน ให้ผู้ดีในงานทั้งหลายรู้ว่าจะเริ่มการบรรเลงเพลงเต้นรำแล้วอีกสางสมาชิควงรีบเดนตามมาจัดแจงที่หนังเพื่อจัดวงควาเดต
เจ้าชายอเล็กซานเดอร์ผมสีลาเวนเดอร์ตาสีอเมทิสต์รูปงามเดินผ่านกลุ่มขุนนางเข้ามา เขาเข้ามากุมมือของเจ้าหญิงองค์น้องคนงามอย่างแผ่วเบา และหันไปเรียกออร์เฟอุสที่ยืนคุยอยู่กับเอ็ดดัว ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาองค์ชายที่เป็นรุ่นพี่อย่างรู้มารยาท
*ทรงพระสำราญดีหรือไม่*
*ดี...นี่เราจะแนะนำน้องสาวของเราให้รู้จัก เจ้าหญิงแองเจลิก้า แห่งฮันนาลอร์ เป็นคนเดียวกับที่เรียนหนังสือที่โรเซนสลอธนั่นหล่ะ
*งั้นหม่อมชั้นจะขออนุญาติองค์หญิงผู้เลอโฉมเต้นรำได้ไหมพะยะค่ะ*ออร์เฟอุสขอเต้นรำตามมารยาทด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและคำพูดที่อ่อนหวานดวงตาไม่ได้เป็นเป็นตามน้ำเสียงแม้แต่นิดเดียว จนทำให้แองเจลิก้ารู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวประหลาดๆ
ทั้งคู่จูงมือกันออกไปตรงกลางห้องโถงและเริ่มเต้นรำกันเพื่อเป็นการเปิดพอเป็นพิธี และขุนนางผู้ดีน้อยใหญ่ต่างทยอยชวนคู่เต้นของตนเต้นรำกันอยู่สนุกสนาน นาโอจิที่ยืนหลบๆอยู่ข้างลุดวิกก็เข้าไปขอโรซารีเต้นรำในเพลงแรกทันที โรซารีในสุดราตรีขาวรับการขอเต้นอย่างลังเลเล็กน้อยและทั้งคู่จึงออกไปเต้นคู่กัน ความน่ารักจิ้มลิ้มของโรซารีเองก็ดึงความสนใจจากชายหนุ่มหลายคนให้หยุดมอง และเพ่งชายหนุ่มตาคมคู่เต้นของเธออย่างอิจฉา
เพลงแล้วเพลงเล่าที่บรรเลงด้วยความอ่อนหวานและสนุกสนาน โซราเรียจ้องมองไปที่องค์หญิงอีกครั้ง หล่อนเต้นรำกับออร์เฟอุส ซึ่งทำให้นักเชลโล่สาวไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อย ชายสูงศักดิ์กับเจ้าหญิงช่างดูเหมาะสมกันดี ชั่วเวลาหนึ่งที่เขาเคยปลอบโยนเธอนั่นประทับในใจเธอหลังจากนั้นอยากที่จะลืม แต่นี่คือเวลาทำงานหล่อนจำเลิกคิดถึงเรื่องไร้สาระ
*องค์หญิงเหนื่อยยังพะยะค่ะ?*
*ออร์เฟ่นาย...เลิกทำตัวสุภาพซักทีได้ไหม*
*หม่อมชั้นชักเหนื่อย...และไม่อาจพูดจาล่วงเกินองค์หญิงพะยะค่ะ...ขอตัวพะยะค่ะ*
กลุ่ม ของวาเนสซ่าได้พัก ทุกคนลงมาจากเวทีแสดง โซราเรียรีบเดินหลบออกมาอยากรวดเร็ว หล่อนรู้สึกอยากอยู่คนเดียว ความสวยงามของพระราชวังทำให้หล่อนตื่นตาตื่นใจ และเศร้าใจในขณะเดียวกัน สาวน้อยผมแดงรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาของตนเอง ถึงวันนี้หล่อนจะแต่งตัวสวยงามขนาดไหน ภายใต้ชุดนั้นก็เป็นร่างของเด็กกำพร้าที่ไม่มีอดีตและไม่มีอนาคต หล่อนเดินหมกมุ่นมาตามทางตลอด หล่อนเห็นลูกผู้ดีคนสวยมองหล่อนด้วยสายตาเหยียดหยามยิ่งตอกย้ำความรู้สึก เมื่อภาพของของออร์เฟอุสเต้นรำกับเจ้าหญิงคนงามยิ่งทำให้หล่อนอยากจะลบตนเองออกไปจากที่นี่เสีย โซราเรียหลบมาอยู่ตรงระเบียงเล็กๆไม่ใก้ลไม่ไกลจากห้องจัดเลี้ยง หล่อนยืนมองทิวทัศน์ของสวนสวยตรงหน้าอย่างเหม่อลอยทว่าน้ำตาคลอเล็กน้อย
*เป็นอะไรไปรึ...คุณนักเชลโล่ครับ*เจ้าของเสียงคือผู้ชายรูปงามท่าทางสูงศักดิ์ ดวงตาสีม่วงที่มีสเสน่ห์อย่างผู้ชายเจ้าชู้ของเขาแทบทำให้หล่อนเขินอายจนลงไปนั่งกับพื้น
*ไม่เป็นไรค่ะแค่รู้สึกไม่สบายนิดหน่อยค่ะ*น้ำเสียงตะกุกตะกักของโซราเรียสั่นด้วยความเขินอายเป็นตื่นเต้น
*ไวน์ซักแก้วไหมครับ...เผื่อคุณจะรู้สึกสบายขึ้น*มือเขายื่นไวน์อีกแก้วที่ถืออยู่ให้อย่างมีไมตรี
*ขอบคุณค่ะ*หล่อนรับแก้วไวน์และดื่มรวดเดียวจนหมด
*คุณนี่ เล่นเชลโล่เพราะจริงๆ...ว่าแต่ว่าชุดสวยมากเลยน้ะครับ*คนเสิร์ฟไวน์เดินเข้ามารินให่โซราเรีย และหล่อนดื่มรวดเดียวหมดอีกครั้ง
*เพื่อนให้ใส่มาอ้ะค่ะ...แหะๆปกติไม่มีหรอกค่ะ*เขาพินิจหล่อนอย่างถี่ถ้วนไม่มีคำหลอกลวงในน้ำเสียง
*จริงสิยังไม่ได้แนะนำตัวครับผม...เจ้าชาย อังเดร*เขายิ้ม
*โซราเรียค่ะ...คุณเหมือนเจ้าชายจริงๆ...อย่าล้อเล่นสิค้ะ *หล่อนเริ่มมีท่าทีผ่อนคลายลง เพราะไวน์
ร่างสูงเดินฝ่ากลุ่มขุนนางและผู้ดีมากมายเดินมาและสอดส่องหาโซราเรีย ทันใดนั้นเขาเห็นหล่อนยืนอยู่ระเบียงเล็กๆที่ยื่นออกมาจากจากตัวปราสาท สาวผมแดงที่เขากังวลถึงสนทนากับชายรูปงามอีกคนอย่างเป็นกันเอง
*รุ่นพี่...อังเดร*ออร์เฟอุสจ้องไปยังเจ้าชายพระองค์รองของตระกูลฮันนาลอร์ ผู้เป็นที่รู้จักกันดีในความเจ้าชู้และเสน่ห์ล้ำ
*อ้าว...ออร์เฟอุส...นี่ *
*วันนี้ไม่ได้ควงใครมาหรอครับพี่...*
*ฉันมาคนเดียวมันแปลกนักหรอ*
*...ไม่ครับ ไปกันโซราเรีย
*แล้วเจอกันน้ะค้ะ...คุณอังเดร
*แล้วเจอกันครับ โซราเรีย...
พี่เขาเป็นคนเจ้าชู้มาก....แค่อยากให้ระวังไว้...กลับไปเล่นเชลโล่สิ*
*ชั้นเหนื่อยแล้ว...อย่าบังคับสิ*
*โซราเรียที่ฉันพูดทุกอย่างนี่...หวังดีน้ะ...งั้นฉันจ้างให้เล่นต่อน้ะไปสิ*
*ได้...ทำเพื่อเงินน้ะ...ไม่ใช่เพราะนายบังคับ*
โซราเรียจัดแจงท่านั่งและเริ่มตั้งเสียงในการเล่น ออร์เฟอุสยืนดูหล่อนและยิ้มน้อยๆเขารู้สึกดีที่ได้พาหญิงสาวให้ห่างจากรุ่นพี่อังเดร วงดนตรีที่กำลังจัดใหม่ที่จะบรรเลงบนเวทีนั้นดูเป็นระเบียบ หญิงสาวผมแดงนั่งจัดท่าเล่นของตนอยู่อย่างตั้งใจ ทำให้เขาเองขอจินตนาการเอาเองว่าตน หล่อนตั้งใจเล่นให้ความสุขแก่เขา และเพื่อให้เขาได้จ้องมองเพียงคนเดียว ถึงแม้ว่าโซราเรียจะเล่นดนตรีเพื่อเงินของเขาหรือค่าจ้างของใครๆ ชายหนุ่มรู้สึกมีความสุขที่จ้องมองใบหน้าของหล่อน เสียงเชลโล่ที่หล่อนเล่น และที่สำคัญที่สุด...คือเสียงเจื้อยแจ้วของหญิงสาว
โรซารีเล่นผมสีน้ำต่างของตนเองอย่างเบื่อหน่าย ชายหนุ่มลูกผู้ดีคนหนึ่งเข้ามาขอหล่อนเต้นรำ สาวน้อยพยายามปฏิเสธอย่างสุภาพ แต่ชายคนนั้นยังดื้อดึงต่อ นาโอจิเดินเข้ามาข้างๆโรซารีและขอหล่อนเต้นรำแทน มือขาวคว้ามือหญิงสาวเต้นรำอย่างสุภาพก่อนที่จะเดินกึ่งจูงกึ่งลากโรซารีออกจากชายคนนั้นอย่างทิ้งมารยาทที่เรียรู้มาตลอดชีวิตของเขา นาโอจิรู้สึกทึ่งในตนเองว่าเขาได้เปลี่ยนไปขนาดนี้แล้วหรือ แต่เขากับรู้สึกดีที่ได้แสดงความรู้สึกไม่พอใจออกมาตรงๆบ้างซึ่งต่างจากที่บ้านเกิด ที่ๆเขาต้องเก็บอารมย์ความรู้สึกทุกๆอย่าง โรซารีรับ ทั้งคู่เดินออกไปยังฟลอร์เต้นรำเพื่อรอดนตรีเริ่มเมื่อโน้ตตัวแรกเริ่มขึ้นชายหญิงในราชสำนักต่างจับคู่เต้นรำกันอย่างคล่องแคล่ว พวกเขาดูเหมือนจะคุ้นเคยกับการเต้นรำและงานเลี้ยง นาโอจิประคองโรซารีอย่างเบามือและเต้นรำตามผู้คนเหล่านั้น ใบหน้าและการที่เป็นชาวต่างชาติของเขาทำให้เริ่มการซุบซิบนินทาแว่วๆ ชายหนุ่มรู้สึกลำบากใจแต่เขาก็ไม่สนใจกับคำพูดเหล่านั้น เขายังคงเต้นต่อไปเพื่อเวลาที่จะได้ใช้กับหญิงสาวที่เขารัก โรซารีได้ยินเสียงนินทาที่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่พูดนินทากัน โรซารีเป็นหญิงสาวที่อ่อนหวานก็จริงแต่หล่อนเองก็เกลียดการนินทาว่าร้าย หลายครั้งหลายหนที่ หล่อนได้ยินผู้คนวิจารณ์นักเรียนต่างชาติคนนี้เสียหายๆทั้งๆที่เขาไม่มีความผิดอะไร เพียงแต่เขาไม่ได้เป็นคนที่เกิดที่คูเชนเท่านั้น ชายต่างชาติที่รักและน่าสงสารของหล่อนต้องเจอกับเรื่องที่แสนจะธรรมดาที่เกิดขึ้นทุกวันกับผู้คนที่แตกต่างกับผู้คนส่วนใหญ่ โรซารีหยุดเต้นรำ ก่อนที่จะกลับหันหลังไปยังกลุ่มที่นินทา มือน้อยง้างขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่จะฟาดไปยังใบหน้าของขุนนางชายวัยกลางคนที่มีดวงตากร้านโลกและเหี้ยมเกรียม ที่เป็นตนเสียง แต่ชายแก่กลับบีบข้อมือข้างหล่อนอย่างรุนแรงและผลักโรซารีล้มลงกับพื้น นาโอจิยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก
*อย่ามาว่านาโอจิคุงน้ะ...เขาผิดไหมที่เป็นคนต่างชาติ!!!ตาแก่ทรนงตัว!!!*โรซารีว่าชายแก่เสียงดัง
หญิงสาวแสนสวยอายุอานามพอกับหล่อนที่อยู่ข้างขุนนางแก่ ฟาดมือของตนลงใบหน้าโรซารีอย่างรุนแรงจนหญิงสาวล้มลงกับพื้น ผู้คนรอบๆเริ่มพูดคุยกันต่างๆนาๆและตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
*เธอมีสิทธิ์อะไร...เป็นแค่ลูกนักออกแบบเสื้อผ้า...อย่ามาทำกล้ากับท่านพ่อของฉันน้ะ...ช่างไร้มารยาท...นี่คือท่านเค้านท์ Frederic แห่ง Adelbert และฉันคือชาร์ล๊อต อาเดลเบิร์ต ลูกสาวคนโตของท่าน...*เสียงประกาศศักดฺ์ดาของหญิงสาวดูไร้ความเกรงกลัวและอวดดี
เจ้าหญิงแองเจิลก้าจะฝ่าฝูงชนเข้าไปเพื่อที่จะห้ามปรามทุกอย่าง แต่คู่เต้นรำของเธอ ซึ่งก็คือลุดวิกรั้งหล่อนไว้
*อย่าแสดงออก...ไม่งั้นเธอจำทำให้ให้ครอบครัวเธอเสียหน้า*
เจ้าหญิงคนงามนิ่งไปเพราะคำพูดของลุดวิกถูกต้องในทางสังคมและโลกความเป็นจริง แต่ในใจของแองเจิลก้าหลับรู้สึกอึดอัดและเสียใจที่ทำอะไรไม่ได้แม้แต่น้อย
นาโอจิเข้ามาพยุงร่างของโรซารีให้ลุกขึ้นพลางปลอบโยนไป เขาจ้องมองทั้งชาร์ลและชาร์ล๊อตด้วยความโกรธเคืองทั้งตัวเขาเองและคำพูดอวดดีของชาร์ล๊อต นาโอจิไม่พูดคุยกับใครใดๆทั้งสิ้น เขาจูงหญิงคนรักออกจากงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยผู้คนที่หลอกลวงและร้ายกาจ ทั้งคู่ต่างรีบขอตัวเดินทางกลับไปยังที่พักจากงานเลี้ยงอย่างไม่ลาใคร
เมื่อสถานการณ์ต่างๆกลับมาเป็นปกติแล้วทุกคนต่างกลับไปพูดคุยดื่มกินและเต้นรำโดยไม่สนใจเรื่องที่เกิดขึ้นเหมือนไม่มีอะไร
เอ็ดดัวยื่นแก้วไวน์ให้แก่ฟาเซ๊ตต้าที่อยู่ในชุดราตรีเทา หล่อนมีสีหน้ากังวลใจ
*ฟาเซ็ตต้า...เรื่องตะกี้...*
*โรซารีไม่น่าจะทำอย่างนั้น...ท่านเค้านท์บ้านั่น...ไม่ใช่คนดีเลย*
*นี่เธอรู้อะไร...ทำไมไม่บอกชั้นบ้าง*
*เอ็ด...แองเจลิก้าเป็นเจ้าหญิงนายก็รู้แล้วทีนี้จะมีอะไรหล่ะ...*หล่อนเบือนหน้าหนี
*ช่างเถอะว่าจาชวนเธอเต้น...*เสียงหงุงหงิง
*ไม่...นายไม่คิดถึงว่านาโอจิกับโรซารีจะเป็นยังไงหรอกหรอ*
*เอ่อไม่เต้นก็ไม่เต้นจ้ะ.*เอ็ดดัวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกหมาที่เจ้าของไม่ใส่ใจ
แองเจลิก้ารู้สึกเบื่อหน่ายกับงานเลี้ยงหล่อนผละออกจากการเต้นรำกับลุดวิก ลุดวิกรู้สึกเสียหน้าแต่ก็อดกลั้นไว้เพราะนี่คือมารนาทสังคม หล่อนต้องการที่จะพูดคุยกับใครซักคนเป็นการส่วนตัวในเรื่องที่เกิดขึ้นตะกี้ และหล่อนเองก็กังวลว่าโซราเรียอาจจะไม่พอใจเมื่อรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวหล่อน
*เราอยากจะพูดคุยกับนักเชลโล่และ...ไอ้อุส..เอ้ยองค์ชายออร์เฟอุสมาที่ห้องรับรองแขกเป็นการส่วนตัวด้วย*แองเจลิก้าใช้มาดเจ้าหญิงสั่งให้หมาดเล็กไปตามโซราเรียมาและออร์เฟอุสพูดคุยกับหล่อน
*องค์หญิงมีอะไร...เอ้ย..องค์มีอะไรหรือค้ะฝ่าพระบาท?*
*โซ...นี่ฉันเอง...*
*องค์หญิง...พูดอะไรหน่ะค้ะ*
*โถ...ฉันไงแองเจลิก้า*
*เฮ้ย!!!ไรเนี่ย*
*ธะ ธะ เธอเป็นเจ้าหญิง!!!*
โซราเรียรู้สึกสับสน หล่อนเรียบเรียงเรื่องราวไม่ถูกและเราเพื่อน...เอไม่สิเจ้าหญิง...กับ เด็กกำพร้า
ความสับสนตกใจและผลจากการดื่มไวน์เล่นงานนักเชลโล่สาวเสียอยู่หมัด ทันใดนั้นเองหล่อนก็ล้มลงหมดสติต่อหน้าองค์หญิงคนงามและออร์เฟอุสอย่างจัง
โซราเรียตายแล้ว!!!*แองเจลิก้าร้องลั่น
หล่อกระโดดกอดออร์เฟอุสอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทันใดนั้นเองเจ้าชายคริสทอฟผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาในห้องเพื่อหาลูกสาวของตนและได้พบกับว่าที่ลูกชายในอนาคตในอ้อมกอดของลูกหญิง
*เลือกคู่หมั้นได้แล้วหรอลูก...พ่อดีใจจริงๆ...ว่าแต่ว่า...ใครนอนอยู่เนี่ยบอกพ่อทีสิ*

เราว่าดูพวกออเฟ่มานตกใจน้อยไปหน่อยนะเรื่องแองจี้อะ งืม...ดูมานเฉยๆไงมะรู้ =w=
รุสึกตอนนี้ท่าทางจาคิดมะออกเจงๆด้วย อ่านแล้วพอรู้เลยว่าแนจจะมะคิดมะออก=w= จายเยนๆค่อยๆแต่งก็ได้นะ=w=+
จารออ่านต่อนะ ฟาเซทต้ากะเอ็ดเจงๆสินะ - -" คู่นี้ยังคลุมเคลือ=w="
#1 By FoxTraiL on 2008-02-04 22:38