บทที่ 7ติวเข้ม???
posted on 21 Jan 2008 17:11 by canvasvanilla in Fanfictionบทที่ 7
ติวเข้ม???
By Natjamah
กองหนังสือและเอกสารต่างๆพูนอยู่บนโต็ะ พร้อมกับกาน้ำชาและ ขนมหวานที่ระเกะระกะอยู่บนจาน ซึ่งเมื่อเช้าพ่อบ้านได้จัดการให้เรียบร้อยหลังจากอัลเบิร์และโรซานน่าออกไปธุระข้างนอกบ้าน พอยามสายทุกคนก็ติวอย่างขมักเขม้นในห้องอ่านหนังสือของคฤหาสน์หรูหรา
*ฮัดเช้ย!!!*
*นายเป็นอะไรไม่สบายหรอ*
นาโอจิเอ่ยๆเบาพลางจิบน้ำชา ชายตามองไปยังโรซารีที่จิบน้ำชาอยู่เช่นกัน
*มันก็น่าอยู่* รอยยิ้มที่มุมปากของร่างสูงผมยาวสลวยสีม่วงจิบชาอย่างสบายใจ
*เล่นแก้ผ้าโทงๆไปตามทางเดินเรื่อยๆ*
*นั่นมันความจริงหรือเอ็ด*ออร์เฟอุสเบิกตากว้าง
*น่าเกลียดที่สุดเลยเอ็ด*คามิวเสริม
*แค่กๆ บอกก่อน้ะว่าช้านหน่ะไปเพราะนึกว่านาย ...แองเจลิก้าแล้วชั้นก็เป็นห่วงมาก*
*โว้ย!!!ปวดหัวเฟ้ย*
*เอ็ดนายไหวไหมไปนอนเหอะไม่ต้องติวก้อได้น้ะ*แองเจลิก้าเข้ามาพยุงเอ็ดไว้
*นั่นสิ*โรซารีพูดเสริม
ออร์เฟอุสลุกขึ้นจากเก้าอี้และรับพยุงเอ็ดต่อจากแองเจลิก้า ส่งสายตาว่าขอให้เขาได้ดูแลเพื่อนรักแทนเจ้าหล่อน แองเจลิก้าผละออก สายตาวิงวอนของเอ็ดส่งมาถึงเธอ...แองเจลิก้าเพิ่งรับรู้ถึงความคิดภายในใจของเอ็ด ทำให้หล่อนกระวนกระวายใจ
ทั้งคู่เดินมาด้วยกันตามระเบียงทางเดินห้องพัก เอ็ดดัวมองออร์เฟอุส
*นายรู้แล้วสิน้ะ...ออร์เฟ่*
*นายโคตรจะประกาศเลยเหอะตะกี้*
*อะไรไม่ได้พูดว่าชอบเลยน้ะ*
*ท่านายมันบอกอ้ะ เกลอ*
*นายจะมารู้ไรนักหนาฟระ นายอกหักจากโรซารีนินายเองก็ไม่คิดจะรักใครต่อแล้วนิ*
ออร์เฟอุสไม่กล่าวแต่อย่างใด เขาตบไหล่บ่าของเจ้าเพื่อนรักเบาๆ และจ้องเขาด้วยสายตาห่วงใยเล็กน้อย ยังรอจนกว่าเฮ้ดดัวจะเดินเข้าห้องไป เมื่อประตูปิดลง ออร์เฟอุสหันหลังเดินกลับไปที่ห้องติวเช่นเดิม
*อ้ะถึงห้องนายแล้ว..ไปนอนน้ะตัวนายดำแดงใหญ่แล้ว*เขาตบบ่าเพื่อนสนิทเบาและเดินออกไป
แองเจลิก้านั่งฟังลุดวิกติววิชาที่เขาถนัดที่สุด วิทยาศาสตร์ อย่างพยายามตั้งใจ แต่หล่อนคิดถึงเอ็ดดัว หล่อนแทบไม่เชื่อสบายตาตัวเองว่าเพื่อนที่แสนร่าเริงของหล่อนจะส่งสายตาที่มีเยื่อไยที่ลึกล้ำมากกว่าเพื่อนมาที่หล่อน เอ็ดดัวไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน และหล่อนเองก็ไม่ได้คิดเช่นเดียวกับเขา เอ็ดดัวเป็นมาควิส และหล่อนเป็น...
*...เป็นบ้าอะไร...ไม่ฟังชั้นติวแล้วรึ!!!*ลุดวิกกระแทกน้ำเสียงใส่ทุกคนที่ร่วมติวสะดุ้งเฮือกยกเว้นฟาเซ๊ทต้าเพียงคนเดียวที่นิ่งเฉย ดวงตาสีอเมทิสต์เฉไฉไปเรื่องอื่น
*...คือมันเบื่ออะ...เลิกติวกันเหอะ...คืนนี้ไปท่องราตรีกันดีกว่า*
นาโอจิมองกลับที่หล่อนอย่างสีหน้าเครียดเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยว่า
*มีวิชาอื่นให้ท่องเยอะแยะๆ ยังจะอยากไปอีกหรอครับ*
*ฮ่ะฮ่ะฮ่ะๆๆไม่หรอก...* แองเจลิก้าหัวเราะกลบเกลื่อน
อย่างไรก็ตามหล่อนต้องออกไปเที่ยวให้ได้ ภายในอาทิตย์นี้โดยที่ไม่มีพวกผู้ชายตามออกไป สายตาลอกแลกของแองเจลิก้ามองหาผู้มีแนวร่วม โรซารีไม่หันมาสบตาเธอแต่น้อย ฟาเซ๊ทต้านั่งตัวตรงอย่างตั้งใจอ่านตำราเรียนต่อไปอย่างไม่สนใจใครชายตาไปที่ลุกวิกเป็นบางคราว ต่างกลับโซราเรียที่นั่งเหม่ออยู่เป็นระยะๆ
ยามเย็นเริ่มเข้ามาเยือน ทุกๆคนเริ่มล้าสายตาจากการอ่านหนังสืออย่างหนักหน่วง
*โรซารี...ผมขอพักน้ะ...อยากไปเดินเล่นในสวนซักหน่อย นาโอจิไปด้วยกันไหม?*
นาโอจิพยักหน้าเล็กน้อยอย่างเห็นด้วยพลางเหลือบมองโรซารีและยิ้มให้
*ค่ะ...ตามสบายเลยคุณออร์เฟอุส...นาโอจิคุง*ร้อยยิ้มเขินอายปรากฏขึ้นและตอบรับ ชายรูปงามผมทองดึงแขนหนุ่มรูปงานตาคมอย่างว่องไว ก่อนที่บรรยากาศหวานๆจะฟุ้งทั่วห้อง
*จริงสิ...คุณพ่อท่านตัดชุดๆหนึ่งถวายเจ้าหญิงพระองค์หนึ่งหล่ะจ้ะ*โรซารีรีบยกเรื่องขึ้นมาพูด แก้มแดงๆยังไม่จางลงไป
*ว้าว!!อยากเห็นจังชุดเจ้าหญิง*โซราเรียอุทาน เจ้าหล่อนตื่นเต้นที่จะได้เห็นผลงานของเจ้าของแบรนด์ดัง ทว่าแองเจลิก้ากลับรู้สึกร้อนหนาวๆขึ้นมา หล่อนไม่อยากเห็นชุดนี้เสียแล้ว
*ต้องไปดูจริงๆหรอ...*สาวทอมบอยถอนหายใจดังๆ
*งั้นไปดูกันหน่อยก็น่าสนใจน้ะ*ฟาเซ็ทต้าเอ่ยเบาๆ หล่อนเองก็เริ่มเบื่อกับการอ่านหนังสือ เพราะเนื้อหาทั้งหมดได้บันทึกเข้าสู่สมองอันปราดเปรื่องของหล่อนเรียบร้อยแล้ว
หนุ่มน้อยหน้าสวยรีบเดินตามมาสีหน้าของเขาดูตื่นเต้นพอๆกับโซราเรียแทบที่จะเดินนำลูกสาวเจ้าของคฤหาส์ถด้วยซ้ำ ต่างกับแองเจลิก้าที่แทบไม่อยากก้าวขาออกจากห้องเสีย ทุกคนปล่อยให้ลุดวิกอยู่คนเดียว แต่เขาก็ค่อยเดิมตามมาอย่างรวดเร็ว
ห้องกว้างที่มีผ้าหลายชนิดและสารพัดสีสันว่างเรียงกันบนชั้นวางบ้าง โต๊ะรกๆบ้าง ริ้บบิ้นเนื้อดีกระจายอยู่ตามขาโต๊ะ รอบๆห้องมีชุดที่สวยงามวิจิตรอยู่บนหุ่นลองเสื้อ ชุดที่ได้ตัดเย็บเสร็จแล้วบางชุดถูกแขวนในตู้ใหญ่ที่เปิดคาทิ้งไว้อยู่ ตรงกลางห้อง มีชุดหนึ่งที่ถูกคลุมด้วยผ้าผืนใหญ่จนมิดชิดเป็นที่สนใจของทุกคนอย่างยิ่ง
โรซารีผู้อ่อนหวานรีบรุดเดินเข้ามาและเปิดผ้าคลุมนั้นออก ถึงโรซารีจะรู้สึกเขินอายบ่อยๆที่พ่อของหล่อนใช้หล่อนเป็นแบบในสินค้าของเขา แต่ในขณะเดียวกันโรซารีก็รู้สึกภูมิใจในผลงานของผู้เป็นพ่อทุกๆชิ้น
ชุดราตรีสีม่วงอมฟ้า เป็นพื้นหลัก แขนพองๆเล็กน้อยตรงชายแขนตุ๊กตาที่น่ารัก เป็นเนื้อผ้าซาตินบางๆสีเดียวกันทิ้งชายผ้าย้วยอย่างสวยงามและหรูหรา บริเวณหน้าอกเป็นลูกไม้สีทองและขาวเย็บติดกับไข่มุกไล้ตามรูปนินอกอย่างลงตัว กระโปรงพองบานอย่างลักษญะหญิงชั้นสูง ลาบปักดิ้นทองสวยงามที่ชายกระโปรงและแขนเสื้อ กระดุมไข่มุกและแซฟไฟร์
ทุกสายตาจ้องมองที่ชุดสวยวามอลังการชุดนั้น แต่มีเพียงแองเจลิก้ามี่มีสีหน้าเซ็งๆ ไม่ทึ่งในความงามของชุดล้ำค่า
*มะ...มันสวยมาก*โซราเรียเอ่ยเสียงสั่น หล่อนไม่เคยเห็นชุดที่สวยแบบนี้มาก่อนในชีวิต
*โรซารีจ๋าาชุดสวยๆเต็มไปหมดเลย*
*จะลองใส่ก็ได้น้ะมีหลายชุด...แต่ชุดนี้ยังไม่เสร็จจ้ะลองไม่ได้ด้วย*
*งั้นพวกเรามาลองใส่กันเถอะ*
ลุดวิกได้ยินประโยคนั้นจึงดึงมือคามิวออกมา ออกมาจากห้อง
*เราไปเล่นกับสาวๆไม่ได้หรอรุย?*
*ไม่ๆ*
*ทำไมหล่ะ?*
*อย่าเลยนายสวยกว่าพวกนั้นตั้งเยอะหึหึ*
*ผมหล่อกว่ารุย น้ะรู้ไว้ด้วย อย่าล้อกันไม่ชอบ*ลุดวิกยิ้มกริ่มมอง คามิวทำแก้มป่องท่าทีงอนๆของเขาดูแปลกตาแต่ก็รื่นรมย์
*ไปดูเหอะว่าเอ็ดมันตายหรือยัง*
*รุย!!!ใจร้าย*
แองเจลิก้าพยายามละเลยชุดที่อยู่ตรงกลางห้องหล่อนเดินไปคว้ารองเทาบู้ทหัวมนสีดำ ที่ประดับด้วยเข็มขัดเก๋ไก๋เป็นสายรัด และลองใส่ สักพักบรรยากาศเกร็งๆในห้องก็หายไปสาวๆเริ่มสนุกกับการลองชุดหลายๆชุดในห้อง ฟาเซ็ทต้า ที่ยืนนิ่งมีท่าทีไม่สนใจก็โดนแองเจลิก้าลากไปเปลี่ยนเป็นชุดสีชมพูหวานน่ารัก หน้าตาบูดของฟาเซ๊ทต้าทำให้ทุกคนระเบิดเสียงหัวเราะออกมา แม้แต่โรซารีก็หัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
*อยากเห็นแองจี้แต่งหวานมั่งแฮะ*โซราเรียในชุดกำมะหยี่สีแดงเว้าช่วงขาเซ็กซี่ เอ่ยพลางหัวเราะไป
*เชื่อชั้นเถอะ...อย่าเห็นเลย*
*ชั้นว่าแองจี้ต้องสวยเหมือนเจ้าหญิงแน่ๆจ้ะ*โรซารีเสริม
*ใช่ๆ*หล่อนพูดเสริม ขณะสะบัดกระโปรงแดงออกสนุกสนาน
*...*แองเจลิก้านิ่ง ไม่มีแม้แต่พยางค์เดียวที่ออกจากปากของหล่อน คำนี้กระแทกเข้าหัวใจของแองเจลิก้า ทุกคนจ้องที่ดวงหน้าและดวงตาสีอเมทิสต์
*อ่าา...ชั้นว่าเราไปเที่ยวกันไหมคืนนี้...ไม่เอาพวกนั้นไปด้วยน้ะ*
*ใช่ๆๆพวกผู้ชายหน่ะน่าเบื่อ*โซราเรียเสริม
*อย่าเลยจ้ะ...
ฟาเซ๊ทต้าพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับโรซารี แองเจลิก้ายังพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมเพื่อนๆทั้งสองของหล่อน โดยที่โซราเรียสนับสนุนตลอดเวลา *แล้วใครจ่ายค่าเที่ยวของเธอแองเจลิก้า*สาวตาคมประกายเหน็บสาวทอมบอย
*เราเอง!!!ใช่ไหมโซราเรีย?*
*เอ่อ..จ้ะๆ*
*งั้นพวกเธอก็ไปกันสองคนละกัน...* ฟาเซ๊ทต้าเอ่ยอย่างเย็นชา ก่อนขยับร่างในชุดสีชมพูหวานพองๆเดินออกไปอย่างทุลักทุเล กลับไปที่ห้องของหล่อน
โรซารียืนนิ่งและขอตัวเพื่อนจอมป่วนทั้งสองออกไปโดยอ้างเรื่องจะทำอาหารเย็น
*ง่ะฟาเซ๊ทต้าโกรธ...อ้ะแอง*โซราเรียเสียงสั่นเครือ
*เหอะยัยนั่นเป็นนางพญารึไงห๊าต้องไปตามใจอ้ะ ช้านเบื่ออ้ะจาเที่ยวๆๆ*แองเจลิก้าโวยวายเหมือนเด็กเล็กอยากได้ของเล่นจากพ่อแม่
*คะ..คงไม่เป็นไรมั้งชั้นไปด้วย*โซราเรียเสริมอย่างไม่มั่นใจนัก
ฟาเซ๊ทต้าเดินเข้าห้องนอนสีแดงอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่ทำได้ ดวงตาคู่งามมองเห็นเอ้ดดัวนอนอยู่บนเตียง เสียงหายใจหอบเป็นระยะ หล่อนรู้สึกผิดเล็กน้อยที่เป็นคนที่ทำให้เขาต้องป่วยหนักอย่างนี้ เจ้าหล่อนเดินช้าๆเข้าไปเพื่อดูอาการของหนุ่มผิวน้ำผึ้งรูปงาม พลันเสียงละเมอเบาๆออกมาจากริมฝีปาก
*แองเจ...ลิก้า..ว่ายน้ำกัน......อะไรน้ะ!....จะไปไหน... ไปด้วยสิ รอด้วยสิ...เธอไม่อยากอยู่เป็นเพื่อนเล่นชั้นแล้วหรอ...รอด้วย....รอก่อน แองเจลิก้า...*
เขาลุกพรวดขึ้นมาจากเตียง ร่างงามในชุดสีหวานผงะเล็กน้อย หล่อนรีบก้าวขาออกไปสามก้าว มือใหญ่เกาะกุมมือเรียวงามของสาวงามตรงหน้า
*ฟังฉันหน่อยน้ะ..ฟาเซ๊ทต้า...*
*ฉันชอบแองเจลิก้ามาก...ออร์เฟ่เริ่มห่างเหินฉันไปตั้งแต่หลงรักโรซารี แต่ก่อนเราเป็นเพื่อนที่ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ส่วนหนึ่งฉันคิดว่าอยากจะให้พวกเราทั้งคู่เป็นเหมือนเพื่อนที่เล่นกันตอนเด็กๆ แต่เราทั้งคู่โตขึ้น ฉันเห็นความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในตัวออร์เฟ่ที่มีความรักและต้องเสียใจ ในขณะเดียวกันฉันกลัวที่จะเสียเพื่อนรักไป แต่ฉันก็ชอบแองเข้าให้เสียแล้ว*
ฟาเซ๊ทต้าลูบศรีษะเอ็ดดัวอย่างเบามือ
*ชั้นเข้าใจ...แต่นายเข้าใจว่าซักวันต้องมีการแยกจากเข้าใจน้ะ*
เอ็ดดัวพยักหน้า ดวงตาสีเขียวเริ่มมีแววทะเล้นขึ้น เมื่อสังเกตเห็นแม่สาวสุดขรึมอยู่ในชุดสีชมพูฟูฟ่อง
*แต่งแบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบน้ะ...ฟาเซ๊ท..ต*
*ผัวะ!!!*หมัดเดียวสลายวิญญาณทะเล้นของเจ้าหนุ่มลงกลับไปนอนท่าเดิม ทว่าไม่มีเสียงละเมออีก หน้าแดงก่ำของฟาเซ๊ทต้านั้นแทบดูไม่ออกเลยว่าเป็นความโกรธหรือเขินอายกันแน่.
ทุกคนมาจบลงที่อาหารเย็น ทุกคนนั่งอย่างเป็นระเบียบรับประทานอาหารอย่างเงียบเชียบแองเจลิก้ารีบกินอย่างรวดเร็ว หล่อนไม่มองแม้แต่หน้าของใครทั้งสิ้น ลุดวิกที่นั่งตรงข้ามยังออกอาการกระอักกระอ่วนที่เห็นแองเจลิก้าแทบจะเขมือบทุกอย่างตรงหน้า
*เสร็จแล้ว!!!ไปกันโซ*หล่อนเอ่ยพลางใช้ผ้าเช็ดปากอย่างร้อนรน
*อืม...ชั้นพร้อมแล้ว!!*โซราเรียลุกขึ้น มือใหญ่คว้าที่ข้อแขนของเธออย่างแน่นจนทำให้หล่อนขยับไม่ได้
*ปล่อยช้านน้าออร์เฟ่*สาวผมแดงพยายามที่จะสะบัดอกจากมือใหญ่
*จะไปไหนกันหึ...*มืออีกขอ้างของออร์เฟอุสรีบรัดที่เอวของโซราเรียให้แน่นขึ้น
*ไปท่องราตรีหรือว่าเที่ยวกลางคืนไงหล่ะ...พ่อคุณชาย*ริมฝีปากสาวทอมหน้าหวานถากถาง
*มันเป็นที่ๆผู้ชายไม่ดีชุกชุม...ฉันไม่ให้เธอทั้งคู่นั่นแหละ*
*คามิวจับแองเจลิก้า!!*ลูกคุณชายผมทองออกคำสั่งกับหนุ่มน้อยหน้าหวาน
สาวทอมกระโดดออกจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว ร่างเพรียววิ่งพุ่งออกจากห้องรับประทานอาหารอย่างรวดเร็ว หนุ่มหน้าสวยเหมือนพยายามจะวิ่งเข้ามาห้ามไว้ แต่เขากลับพูดว่า
*แอง...ไปด้วยน้าาา*ทุกคนในห้องนิ่งอึ้งไปกับประโยคของหนุ่มน้อย
*ง่ะ...ไม่อ้ะ*หล่อนรีบวิ่งออกไปไม่รอแม้แต่เสียงของใคร แองเจลิก้าผลักหนุ่มน้อยให้ล้มลงและวิ่งพุ่งออกจากคฤหาสถ์ไปย่านบันเทิง
ชายร่างสูงผมยาวสลวยจะก้าวขาออกไปเพื่อที่จะตามจับแองเจลิก้า เสียงกระแอมไอของฟาเซ๊ทต้าขึ้นมา ทำให้เขาหยุดและไม่ตามออกไป ก่อนที่ฟาเซ๊ทต้าจะเอ่ยเสียงเย็นชา
*ปล่อยไป...อยากไปไหนก็ไป..ทานกันต่อเถอะฉัน...เซ็ง*หล่อนเบือนหน้าหนีทุกคนและไม่พูดอะไร โรซารีมองฟาเซ๊ทต้าดวงตาเศร้าหมอง และทุกคนจะก็กลับไปนั่งรับประทานอาหารเย็นต่อ
แต่ชายหนุ่มรูปงามผมทองกระชากร่างแม่สาวนักเชลโล่ขึ้นอุ้มพาดบ่าและก้าวเดินออกจากห้องรับประทานอาหารอย่างรวดเร็วในขณะที่ทุกๆคนกำลังมึนงงกับการหนีออกไปของแองเจลิก้า ไม่มีเสียงโต้แย้งใดๆกับการกระทำที่ประหลาดของคุณชายสำอางค์ เพราะท่าทางเขาจะไม่สบอารมณ์เอาจน ทุกคนมองอย่างขยาดๆและนั่งรับประทานอาหารต่อ โรซารีลุกขึ้นเหมือนว่าจะต่อว่าออร์เฟอุส นาโอจิคว้าข้อมือของหล่อนและส่งสายตาขอร้องโรซารีให้ใจเย็นๆและปล่อย2คนนั้นไป
เพียงแค่แขนทั้งสองข้างของเขาที่ดูบอบบางกลับมีกำลังรัดขึ้นบนบ่าและยกลากหล่อนไป หญิงสาวผมแดงดีเดือดทั้งทุบตีออร์เฟอุสให้ปล่อยหล่อนจนหมดแรง จึงทนจำยอมให้ชายหนุ่มแบกเธอไปถึงที่ห้องนอนสีชมพูที่ทั้งคู่ต้องจำเป็นอยู่ร่วมกัน
*ปล่อยน้าาาบอกให้ปล่อยไง!!!*
ร่างสูงไม่ฟังเสียงโวยวายโหวกเหวกของหญิงสาวแม้อย่างใด มีแต่เสียงที่ยังมีแรงเปล่งออกมาอยู่ของเจ้าหล่อนที่กวนใจเขา แขนที่แข็งแรงจากการฝึกฝนการฟันดาบโยนเจ้าหล่อนขึ้นบนเตียงอย่างแรง ร่างของหญิงสาวล้มนอนลงบนเตียงนุ่ม น้ำเสียงสบถพึมพำอย่างหงุดหงิดของเขาทำให้หล่อนเริ่มหวาดกลัว มันช่างคล้ายกับอดีตที่ห่าหวาดกลัวของหล่อนเสียเหลือเกิน เจ้าของดวงตาสีฟ้าคู่งามหันมาจ้องมองอย่างน่ากลัว มือใหญ่คว้าที่ไหล่ของหล่อน มืออีกข้างหนึ่งจับข้อแขนของหล่อน
*อย่าน้าา...อย่าตีน้ะ...ชั้นกลัวแล้ว!*หญิงสาวพยายามกระเถิบถอยหนี ดวงตาสีเขียวหยกฉายแววตาแห่งความหวาดกลัว น้ำตาของหล่อนเริ่มจะเอ่อล้นออกมา
*...ฉัน...ไม่ตีเธอหรอก...เป็นอะไรรึ*ดวงตาสีฟ้ามองอย่างฉงยภายในใจของเขาเริ่มรู้สึกผิดทั้งๆที่ในตอนแรกเขากะว่าจะตักเตือนหล่อน ออร์เฟอุสรู้สึกสับสน เขารีบปล่อยมือออกแล้วนั่งลงที่เตียงอย่างช้าๆและขยับเข้าใกล้สาวผมแดงทีดูเศร้าสร้อยและหวาดผวา หล่อนพยายามถอยหนี มือของเขาค่อยๆเข้าไปสัมผัสไหล่ของหล่อนอย่างอ่อนโยน เขาบังคับหล่อนให้จ้องตาเขาหล่อนขัดขืนการมองตาของเขา แต่ดวงตาสีฟ้าที่สวยงามฉายความเป็นห่วงใยจนหล่อนเริ่มสงบและไม่สามารถหลบตาของเขาได้
*เธอ..มีอะไรจะบอกฉันก็ได้ทั้งนั้น...เราเป็นเพื่อนกันน้ะ...โซราเรีย*น้ำเสียงอ่อนโยนของเขา สั่นหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของหล่อนน้ำตาของหล่อนไหลออกมาอย่างไม่หยุด น้ำตาของหล่อนเองก็ทำให้เขารู้สึกสับสนเข้าไปอีกเหมือนทับถมความรู้สึกผิดในใจ
*ตะ...ตอนฉันเด็กๆ...กำพร้า...เคยมีครอบครัวขอรับ...ตัวฉัน...ไปเลี้ยง และผู้ชายคนนั้นมีลูกสาวอายุพอๆกับฉันพวกเราคล้ายกัน...เขาตี...ทำร้ายฉันบ่อยมาก...เขาพูดกับฉันว่า...ฉันเหมือนเกินไปกับแม่เลวๆของฉัน...สามอาทิตย์ที่ฉันอยู่บ้านนั้น...แล้วหลวงพ่อมาดอร์ก็มารับฉันกลับไป...*โซราเรียเผลอเล่าอดีตของหล่อนให้เขาฟังอย่างลืมตัวด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น ออร์เฟอุสใช้แขนเสื้อของเขาซับน้ำตาของหล่อนอย่างเบามือ
*ชู่วๆ...พอแล้ว...ไม่ต้องเล่าแล้ว...ฉันขอโทษน้ะ...*
เขาโอบกอดร่างของเพื่อนหญิงผมแดงให้ซบลงที่ไหล่กว้างของเขาอย่างไม่ถือตัว เขาเริ่มคิดว่าครั้งหนึ่งนานมาแล้วขนาดไหนกันที่เขาได้ให้ไหล่นี้เป็นที่พักพิงของพี่สาวที่รักเพียงผู้เดียว
*อือ...นายทำชั้นร้องไห้*มือใหญ่เช็ดน้ำตาออกตาดวงตาคู่งามสีหยก
*อืมๆอยากได้ไรเดี๋ยวให้เป็นการขอโทษน้ะ...ยกเว้นพาไปเที่ยวกลางคืนน้ะ*คุณชายยังทำหน้าขรึมแสดงความเจ้ากี้เจ้าการ
*ทำไมอ้ะ...กลัวชั้นเจอผู้ชายไม่ดีอย่างนายหรอ*รอยยิ้มของหญิงสาวปรากฏบนใบหน้า แก้มป่องแดงๆของหล่อนทำให้เขาใจกระตุกไปเหมือนกัน
*นี่...ถึงชั้นจะเลวพอๆกับพวกนั้น...แต่ยังไงก็หล่อกว่าหลายล้านเท่า...แล้วเธอจะไปเจอพวกนั้นทำไม?*ชายหนุ่มผมทองรูปงามเอ่ยแก้เก้อ
*เพื่อชายหญิงนี่เขากอดกันด้วยหรอ...ออร์เฟ่?*โซราเรียเริ่มหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ
*...ไม่รู้สิ...ถ้าเธอรู้สึกสบายใจอยู่อย่างนี้ต่ออีกหน่อยก็ได้*เขาเอ่ยด้วยความจริงใจไม่มีความคิดชั่วร้ายปะปน
*บ้า...*หล่อนว่าเขาด้วยน้ำเสียงงึมงำ ดวงหน้าแดงก่ำยิ่งขึ้น
*ฮืมม...เธอว่าอะไรน้ะ... *ชายหนุ่มกระซิบเสียงนุ่มข้างหูของหล่อน ลมหายใจของเขารดลงที่แก้มแดง
*แค่กๆ!!...เอ้ยออร์เฟ่...เห็นแองเจลิก้าไหมอ้ะ!!*ชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งเปิดประตูเข้าห้องมาอย่างโผงผางอย่างนิสัยของเขา
*เฮ้ย!!!ทำอะไรกันอ้ะ...กอดกัน...บะ บะบน เตียง??*0-0
ออร์เฟอุสยังวางท่าทีเคร่งขรึมไม่หวั่นไหวหรือตกใจที่เพื่อนรักมาเห็นตน สายตาของเขาจับจ้องที่ใบหน้าของเพื่อนรักที่ผงะด้วยความตกใจเล็กน้อย
*เอ็ด...แองเจลิก้าหนีออกไปเที่ยวข้างนอกหน่ะแต่ที่นายเห็น....มันไม่...ใช่*
*เหอ...ไม่ต้องมาแก้ตัวเลยชั้นไปตามที่รักช้านก่อนน้ะ...นายก็อยู่กับหวานใจนายไปก่อนละกันฮะฮะ...ฮ้าดเช่ย!!*เอ็ดดัวรีบวิ่งออกไปไม่ฟังคำแก้ตัวของเพื่อนสนิทแถมทิ้งท้ายจามเชื้อโรคทิ้งไว้
*ออร์เฟ่...ชั้นขอตัวน้ะจะไปล้างหน้า* โซราเรียเอ่ยอย่างเบาๆและสุภาพ
*อืม...ตามสบาย* เขาลุกขยับให้หล่อนเดินออกไปอย่างสะดวก เขามองหล่อนด้วยความรู้สึกเสียดายเล็กๆ ดซราเรียไม่แม้แต่จะหันมามอง หล่อนคงจะเขินอายเขารู้สึกได้
เมื่อเอ็ดดัวเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกันอย่างนี้หัวใจของชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งกลับรู้สึกเบิกบานใจเป็นที่สุด เขาวิ่งออกจากคฤหาสถ์และไปตามทางของถนนที่อากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นและอาทิตย์เริ่มอับแสง ดวงดาวเริ่มปรากฎ เขาวิ่งอย่างสุดกำลังเพื่อที่จะไปบอกความในใจแก่หญิงสาวในใจของเขาตั้งแต่ที่ออร์เฟอุสเริ่มห่างเหินเขาไปแองเจลิก้าก็ก้าวเข้ามาในใจของเขา ในวันนั้นที่ห้องดนตรีที่เขาเล่นเปียโนอยู่ตามลำพังและหล่อนก้าวเข้ามาในชีวิตของเขา ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาแค่สามสี่เดือนเท่านั้น หล่อนเข้ามาเป็นเพื่อนเป็นหนึ่งในคนที่สนิทและไว้ใจ คอยคลายเหงาทดแทนเพื่อนที่ห่างเหิน จนหล่อนกลายมาเป็นคนที่พิเศษสำหรับเขา
แองเจลิก้า...เธออยู่ไหนน้ะฉันจะตามไป...จะตามไปบอกความรู้สึกของฉันที่มีแก่เธอในคืนนี้....

เราพยายามแล้วแต่มันก็ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย
ก้อตกหล่นตรงไหนก้อขอโทดด้วยน้ะ
ตอนเก่าๆจะพยายามเสริมลงไปอีกให้แน่นจ้า
จะมีการแก้ไขฉบับเก่าเล็กน้อย(เยอะ)เพื่ออุดรอยรั่ว
2ตอนที่ผ่านมาเร่งรักกันเกินไปขอโทดด้วยงับ
Natjamah
#1 By Canvas Vanilla on 2008-01-21 17:15