บทที่6 เจ้าของบ้านเขาหวง
posted on 16 Jan 2008 19:02 by canvasvanilla in Fanfictionบทที่6 เจ้าของบ้านเขาหวง
By Natjamah
สายลมพัดเอื่อยๆ ใบไม้ปลิวไปตามลมอากาศเย็นสบาย ทว่า 5หนุ่มนั่งอ่านหนังสืออย่างขมักเขม้น ในห้องสมุดที่โออ่า ความกดดันทั้งหมดเหมือนไปเพิ่มน้ำหนักของหนังสือทั้งหมดบนชั้นวางแทบจะพังตู้หนังสือลงมา
*นาโอจิตรงนี้มันหมายความว่าไงอ้ะ*หนุ่มผิวเข้มถาม นิ้วชี้ลงบนย่อหน้าในหนังสือตัวอักษรพิมพ์ที่เลือนลาง
*...เอ่อ...ไหนดูหน่อย*มือสีงาช้างวางหนังสืออย่างเบามือ เขาขยับตัวเล็กน้อย สายตาพิจารนาย่อหน้านั้น*....ชั้นไม่รู้อ้ะเอ็ด...ศัพท์ตัวนี้ไม่เข้าใจ...*เขาเอ่ยอย่างเหนื่อยใจ
*แต่นายได้คะแนนเยี่ยมตลอดเลยน้ะ*
*ไม่รู้...ไม่ใช่ภาษาบ้านชั้นนี่*
*นั่นสิ...ไม่ใช่ภาษาบ้านของนาโอจิซักหน่อย*ชายรูปงามผมสีม่วงยาวสลวยถอนหายใจ*ถามออกมาได้บื้อหรือโง่กันแน่นายเนี่ย*ลุดวิกประชดประชัน
*ปึ้ง!!!*หนุ่มผมสีทองรูปงาม กระแทกมือลงบนโต๊ะอย่างแรง*เอ็ดไม่ได้โง่และไม่ได้บื้อน้ะ*ออร์เฟอุส โวยเสียงดังลั่นห้องสมุด ทุกสายตาจับจ้องมาที่โต๊ะนี้เป็นสายตาเดียวอย่างหงุดหงิด
*เออแต่แกอ้ะมันบ้า...ออร์เฟ่...ห้องสมุดเขาให้เงียบๆไม่ใช่รึ*ริมฝีปากบางเอ่ยเย้ยหยัน แกล้งหมอนี่สนุกดี
* ชั้นไม่...โธ่เว้ย*ออร์เฟอุสกระชากหนังสือออกจากโต๊ะและผละออกไปจากกลุ่มเพื่อนชายอย่างหงุดหงิด
*ออร์เฟ่เฮ้ย...รอด้วย!!!*เอ็ดดัวรีบเดินตามเพื่อนรักหน้าหงิกทันที
*รุย...ใจร้าย...*คามิวเอ่ยเบาๆฃ ลุดวิกเพียงแค่หัวเราะเบาๆพลันยิ้มกริ่ม
*เฮ้ออ...ว่าแต่ว่าน้ะ...นาโอจิ...หนึ่งอาทิตย์หลังจากนี้ที่ให้อ่านหนังสือก่อนสอบอ้ะ...*คามิวส่งสายตามองหนุ่มญี่ปุ่นตาคมอย่าพินิจ
*นายจาอ่านที่ห้องสมุดตลอดใช่ไหม...*
*อ่าาา...ไม่หรอกคือ...*ตาคมลอบมองออกจากประตูของห้องสมุด สะดุดกับร่างเล็กบอบบางของโรซารี
*ชั้นไปก่อนน้ะ*นาโอจิลุกออกไปอย่างไม่แม้แต่จะตอบคำถามให้จบ ก้าวไปยังผู้ที่อยู่ในความสนใจอย่างรีบร้อน ปล่อยให้ หนุ่มน้อยหน้าสวยกับเจ้าพ่อมาเฟียเชื้อเจ้านั่งอึ้งไปตามๆกัน
*โรซารีคุง...รอผมด้วย*นาโอจิกึ่งวิ่งกึ่งเดินตาม หญิงสาว
*นาโอจิคุง...ที่จะไปติวให้ที่บ้านหน่ะเพื่อนของโรซารีไปด้วยน้ะค้ะ*หล่อนยิ้มอย่างเอียงอาย ใบหน้าแดงก่ำของหล่อนทำให้ใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ ทำให้แก้มของเขาเองก็เริ่มแดงตามแบบเจ้าหล่อนไปด้วย
*ครับ...ไม่เป็นไร..ติวกันเยอะก็สนุกดีครับ*
*...นาโอจิคุงยังไงก็ขอบใจล่วงหน้าไว้ก่อนน้ะจ้ะ*โรซารีเหลือบตามองร่างสูงและหลุบตาลงเมื่อสบดวงตาคมที่อ่อนโยน
*ครับ...*รอยยิ้มอ่อนโยนของเขาทำให้หล่อนเขิน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เขารู้สึกอิ่มเอมหัวใจเป็นที่สุด
*...ประชุมตราลล์...เย็นนี้ นาโอจิ*เสียงนิ่งเฉยของฟาเซ๊ทต้าลอยมากระทบหูของนาโอจิหญิงสาวร่างสูงสง่าเดินเข้ามาขัดบรรยากาศแห่งความรัก
*อ่าา...ครับ*
*...รีบมาด้วยหล่ะ*หล่อนกล่าวแล้วเดินจากไป
*นาโอจิคุงงั้นชั้นขอตัวน้ะค้ะ....*โรซารีโค้งให้เล็กน้อยก่อนรีบเดินตามระเบียงออกไป ปล่อยให้นาโอจิยืนยิ้มอยู่คนเดียว
ห้องประชุมบรรยากาศอึมครึมความเครียดอยู่ในตัวหนุ่มสตารลล์ทุกคนและฟาเซ็ทต้า มีเพียงแต่หนุ่มตามคมผมสีเข้มยาวที่ผู้ไว้อย่างเรียบร้อยนั่งฮัมเพลงรักอย่างสบายใจ
*นาโอจิ...นายเป็นอะไรรึ*ลุดวิกเอ่ยพลางนั่งเขียนสรุปโครงงานการดูแลความปลอดภัยภายในรั้วโรเซนสลอธ
*นั่นสิ...นั่งยิ้มอยู่ได้*ออร์เฟอุสพึมพำเสียงงึมงัม มีหนึ่งกุมขมับ อีกมือยังคงเร่งเขียนแผนการบริหารโรเซนสลอธ
*คามิว...เลิกเล่นกับดอกกุหลาบได้แล้ว*ฟาเซ๊ทต้าเอ่ยเสียงเย็น ดวงตาคู่งามจ้องอย่างดุๆ
*ง่ะครับ...ฟาเซ๊ทต้า*คามิววางดอกกุหลาบอย่างเบามือและคว้ารายงานมาทำต่อ
*น่าอย่าซีเรียสกะคามิวนักเลยน้ะ*เอ้ดดัวเข้ามาสัมผัสไหล่ของฟาเซ๊ทต้าเพื่อแสดงความเป็นมิตร ลุดวิกถลึงตาขี้นมองมาที่หนุ่มผิวคล้ำอย่างไม่พอใจ เอ็ดดัวคาดว่าจะได้รอยยิ้มของหล่อนตอบ แต่ทว่าหญิงสาวกลับมองเขาอย่างถือตัว ดวงตาคู่งามของหล่อนจ้องมองไม่หลบตาเขา
*เอ็ด...นายกลับไปทำงานของนายด้วย...อย่าให้ต้องพูดซ้ำ*หล่อนพูดเบาๆ
*อย่าแตะฟาเซ็ทต้า...เอ็ด...*ลุดวิกขึ้นเสียงเล็กน้อยก่อนกลับไปทำงานต่อ
ทุกคนหันกลับมาทำงานของตนต่ออย่างตั้งใจ เพียงแต่นาโอจิคนเดียวที่ยังใจลอย ไม่มีสมาธิ ท่าทางของเขาทำให้สาวสง่าฟาเซ๊ทต้าหงุดหงิดขึ้นมาก่อนที่หล่อนกะเอ่ยว่า
*นาโอจิรีบทำงานซักที...ไม่งั้นชั้นจะไปยกเลิกติวที่บ้านโรซารี*
*ฟาเซ๊ทต้า...เธอ*
*ห้ะ...ว่าไงน้ะนาโอจิไปติวหนังสือให้โรซารีที่บ้านของเจ้าหล่อนหน่ะหรอ*ลุดวิกตกใจ
*ใช่ลุดวิก...นาโอจิไปติวให้โรซารี โซราเรีย แองเจลิก้าและชั้นก็ไปด้วย*หล่อนเสริม ภายในใจเริ่มรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งหนุ่มตาคม
*...มิน่าหล่ะโซราเรียถึงไม่มาขอให้ติวเพราะมีนายแล้ว...เฮอะ!*ออร์เฟ่ค้อนใส่
*อะรายกันหน่ะ..นายเล่นจะไปติวกะสาวๆทุกคนโดยที่ไม่บอกพวกเราหรอ!!!*เอ็ดดัวถลึงตาใส่ เขารู้สึกอิจฉา ที่นาโอจิกะได้ติวกับสาวๆโดยเฉพาะแองเจลิก้า
*งั้น พวกเราก็ไปติวกันด้วยทั้งหมดเลยสิครับ*คามิวเสริมท่าทางเริงร่า
*ชั้นไปด้วย*ลุดวิกเอ่ยหนักแน่น
*แต่ชั้นยังไม่ได้บอกโรซารีเลยน้ะ*
*พวกเราจาไป!!!!....*หนุ่มๆยืนยันคำพูดหนักแน่น ตอนนี้หนุ่มรูปงานทุกคนทำหน้าตาคู่ดั่งโจรป่าห้าร้อยใส่ นาโอจิผู้น่าสงสาร ฟาเซ๊ทต้าไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่นี้ ว่าหนุ่มๆทุกคนพร้อมจะไปบ้านโรซารีอย่างไม่ได้นัดหมายกันอย่างนี้ หล่อนได้แต่ถอนหายใจและแอบหวังว่า โรซารีเตรียมพร้อมที่จะรับเพื่อนๆทั้งหมดไปร่วมติวหฤโหดครั้งนี้ด้วย
หน้าหอพักหญิงวันต่อมา
โรซารียืนรอรถจากทางบ้านที่จะมารับหล่อนและเพื่อนๆ แต่ทันใดนั้นชายหนุ่มรูปงานทั้งห้าก็เดินลากสัมภาระของท่านๆทั้งหลาย เดินมาอย่างทุลักทุเล
*โรซารีพวกเราไปด้วย*ทุกคนกล่าวพร้อมกัน
*เอ่อ...คือรถคงไม่พอน้ะจ้ะคือ...ไม่รู้มาก่อนเลยว่า...*
*ไม่ต้องห่วงหรอกโรซารีชั้นโทรไปเรียก...คนขับรถของชั้นมามีรถอีกคันไม่ต้องห่วง*ออร์เฟอุสกล่าวอย่างมั่นใจ
โรซารีได้แต่ยิ้มเก้อๆ เมื่อรถของทั้งคู่มาถึงทุกคนเก็บสัมภาระเข้ารถและออกเดินทาง เส้นทางในถนนล้อมรอบไปด้วยวิวร้านค้าตามทางมากมาย เมื่ออกมานอกเขต เคิรทช์ทิวทัศน์ทะเลสาบสวยใสราวกับกระจกให้ทุกคนได้ยลโฉม ผ่านหมู่บ้านแล้วหมู่บ้านเล่า เขตป่าแล้วคฤหาสถ์น้อยใหญ่ ต่างคนต่างนั่งชมวิว ต่างคนต่างหลับบ้างมจากเช้าเป็นสาย จากสายเป็นเที่ยง จากเที่ยงเป็นเย็น
ในที่สุดการเดินทางก็สิ้นสุดลง รถทั้งสองคันเลี้ยวเข้ามาในคฤหาสน์ใหญ่ที่สวยงามที่ชโลมไปด้วยแสงอาทิตย์อัสดงยามเย็น ทำให้สวยงามยิ่ง
ประตูรถเปิดออกทันใด
*หนะหนะ...ในที่สุดก็ถึง *โซราเรียร้องเสียงเอื่อยเฉื่อย ร่างของหล่อนเซถลาลงจากรถ แต่ทว่ามือใหญ่คว้าเอวของหล่อนไว้ก่อนที่หน้าตาอิดโรยจะกระแทกพื้น
*นี่!!ระวังหน่อยสิ...*ออร์เฟอุสเอ่ยข้างๆหูของเจ้าหล่อนอย่างเบาๆ ขณะที่มือทั้งสองข้างโอบเอวและแผ่นหลังของหล่อนไว้อย่างแนบชิด
*ออร์เฟ่...ช้านนนเหนื่อย...คร้อก!!*ยัยตัวยุ่งหลับทันใด สร้างความตกใจให้ทุกคนจ้องมอง ชายหนุ่มผมทองไม่เอ่ยอะไรพลางอุ้มโซราเรียออกจารถอย่างไม่มองใคร
ทุกคนๆค่อยทยอยออกจากรถช้าๆ โรซารีเดินนำไปที่ประตูบ้านพูดคุยกับพ่อบ้าน เพื่อขอให้บรรดาคนรับใช้ทั้งหลายช่วยขนสัมภาระทั้งหมดเข้าบ้าน หล่อนอ้อนให้พ่อบ้านช่วยจัดก้องเพิ่มให้แก่เพื่อนๆทุกคนโรซารีจัดการทุกอย่างๆเรียบร้อยและว่องไว ดูขัดกับท่าทีที่เรียบร้อยและว่าง่าย ชายหนุ่มตาคมมองไปยังออร์เฟอุสที่อุ้มสาวผมแดงที่หลับอย่างนุ่มนวลและเบามือ ออร์เฟอุสอ่อนโยนกับหญิงสาวเสมอทำให้ใครๆก็หลงใหลในตัวเพื่อนผมทองรูปงามคนนี้ ซึ่งต่างกับเขาที่เป็นคนที่ดูพื้นๆไม่น่าสนใจไม่เตะตา หนุ่มตาคมครุ่นคิด และพลันหันมามองโรซารี เขาสงสัยว่าจะมีวันใดที่เขาสามารถที่จะโอบกอดหล่อนไว้อย่างนั้นได้บ้าง ให้หล่อนรู้สึกถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ในใจของเขา
*เข้ามาเลยจ้ะทุกคน*เสียงใสๆของโรซารีทำให้เขาทิ้งความคิดนั้นฉับพลัน ทุกคนเดินเข้าไปในคฤหาสถ์ที่โอ่อ่า ภายในห้องโถงใหญ่รับแขกมีรูปวาดมากมาย แต่ที่ตระหง่านอยู่ระหว่างผนังบนบันไดกลางคือรูปวาดครึ่งตัวของโรซารี หญิงสาวในภาพแต่งกายด้วยชุดที่ฟ้าครามที่ประดับไปด้วยกระดุมไข่มุก รอยยิ้มยิ้มหวานเข้ากับบรรยากาศแมกไม้ข้างหลังที่อยู่ห่างออกไป
ชายวัยปลายกลางคน ใบหน้าของเขาเหี่ยวย่นเล็กน้อยตามวัยสมควรของชายเริ่มเลยวันกลางคนดวงตาสีน้ำตาล ผมสีดอกเลา แซมกับผมสีน้ำตาลเข้ม และทำให้ใบหน้าของเขาดูมีวัยวุฒิมากขึ้น เคียงข้างเขาเป็นร่างของสาวใหญ่วัยกลางคนหุ่นเพรียวบางเช่นกัน หล่อนอยุ่ในชุดเดรสรัดรูปสีม่วง ชายกระโปรงผ่าขึ้นเห็นเรียวขางาม ดวงจาสีฟ้าใสแฟงแววขี้เล่นและเย้ายวน ผมสีน้ำตาลอ่อนฟูฟ่องเล็กน้อย.
*โรซารี..ลูกสาวแสนสวยของของแม่*โรซานน่าเข้ามาคว้าตัวสาวน้อยเรียบร้อยไปกอดรัดและหอมฟอดใหญ่
*ไง...คนสวยของพ่อ*อัลเบิร์ตพ่อของโรซารีเข้ามาร่วมหอมลูกสาวของเขา
*คุณค้ะ...ชั้นไม่ใช่คนสวยของคุณแล้วหรอ...*คุณแม่สุดเซ็กซี่ส่งสายตาเย้ายวนใส่ผู้เป็นสามีพลางใช่นิ้วเรียวของเจ้าหล่อนไซ้ผมของเขา หล่อนยื่นกระดาษใบเล็กๆที่เพิ่งเขียนส่งให้แก่คุณพ่อบ้าน
*แหม...แม่สตอร์เบอร์รี่ชีสเค้ก แม่พายแอปเปิ้ลราดเมเปิ้ลไซรับของผม...มานี่เลย!!!*คุณพ่อผละออกจากลูกสาวอย่างช้าและเข้าไปกอดลูบซุกไซ้กับยอดรักของเขา
*ขออภัยน้ะ...ทุกคน..พาเพื่อนๆไปเดินเล่นไปลูกน้ะ*ทึ้งคู่เดินกอดรัดกันเข้าไปอีกห้องหนึ่งแต่เสียงหัวเราะคิกคักของทั้งคู่ลอดออกมา ทำให้ทุกคนอึ้งไปตามกัน
*แหะๆ...คุณพ่อกับคุณแม่อย่างงี้เสมอล่ะจ้ะ...*โรซารียิ้ม ปล่อยให้ทุกคนยืนจินตนาการไปเองว่า พ่อแม่ที่ทำอย่างนี้ทั้งวันเลี้ยงลูกออกมาให้น่ารักเรียบร้อยได้ยังไง ทั้งๆที่พลอดรักกันประเจิดประเจ้อสุดๆ
*คุณหนูโรซารีครับ...อาหารยังไม่เรียบร้อยเลย...แต่ห้องพร้อมแล้วขอเชิญทุกท่านไปที่ห้องก่อนจะดีไหมครับ*คุณพ่อบ้านเอ่ยด้วยร้อยยิ้ม
*ดีจ้ะๆ*
*กระผมได้จัดแล้วว่าใครควรจะอยู่กับใครน้ะครับ*คุณพ่อบ้านยิ้มหวาน
*คุณหนูฟาเซ็ทต้าอยู่ห้องสีแดงท่านเอ็ดดัว ท่านลุดวิกอยู่ห้องสีขาวคุณหนูแองเจลิก้า ท่านออร์เฟอุสและคุณโซราเรียที่ห้องสีชมพู ส่วนคุณนาโอจินอนห้องสีม่วงกับท่านคามิว*
*ขอบคุณครับคุณพ่อบ้าน*นาโอจิขอบคุณอย่างสุภาพ
*ได้อยู่ด้วยกันพอดีเลยน้ะ โซราเรีย...หึหึ*ออร์เฟอุสคิดในใจ พลางอุ้มยัยหัวแดง
*เรียกผมว่าจอร์จก็ได้ครับทุกท่าน*
*ง่ะ...ทามมายช้านไม่ได้อยู่กะแองอ้ะพ่อบ้านจอร์จ*
*ก็คุณแองเจลิก้าไม่ใช่น้องสาวท่านลุกวิกหรอครับ...ผมสีเหมือนกันจริงๆ*
*ช่างเถอะ...คุณพ่อบ้าน...ผมได้อยู่แล้ว
*ไม่ใช่น้าา แองกะชั้นอ้ะเรา...*
*คงไม่ได้หรอกครับท่านเอ็ดคือ...คุณนายเพิ่งกำชับตะกี้หน่ะครับ*
แองเจลิก้ารู้สึกเกรงใจคุณพ่อบ้านขึ้นมาจึงรับข้อเสนอไปอย่างไม่เต็มใจนัก ถึงอย่างไรหล่อนก็คิดว่าลุดวิกเองก็คงจะไม่สนใจในตัวหล่อนซะเท่าไหร่ และนี่อาจจะเป็นการดีถ้าได้ลองกระตุกหนวดเสือเล่นก็และแล้วทุกคนก็แยกย้ายขึ้นห้องไป
2 ชม.ต่อมาเมื่ออาหารเย็นพร้อม ทุกๆคนลงมารับประทานอาหารอย่างพร้อมหน้ามีเพียงแต่โซราเรียที่หลับอยู่ในห้อง
ระหว่างที่รับประทานอาหารอยู่นั่น...อัลเบิร์ต ชาเปลแลงจ้าวบ้านก็ชวนทุกคนพูดคุยอย่างสนุกสนาน เขาชายตามองที่แองเจลิก้า และเป็นทางการกับหล่อนเป็นพิเศษ
*...ไม่คิดว่าพระ...อ*อัลเบิร์ตพูดอย่างเก้อเขินและตะกุกตะกักทุกครั้งที่เห็นแองเจลิก้า
*เรียกแองค่ะคุณอัลเบิร์ต...แค่แองค่ะ*แองเจลิก้ารีบตัดการสนทนาอย่างสั้น หล่อนไม่อยากให้ใครเรียกหล่อนเต็มๆ สาวดวงตาสีอเมทิสจ้องจานอาหารและกินอย่างเงียบๆ
*โรซารี...นางฟ้าของพ่อ...ลูกรักกับคุณออร์เฟอุสอยู่หรอลูก*
*พรืด!!!*เสียงน้ำชาพ่นออกมาจากปากของหนุ่มตาคมสิ่งที่ได้ยินทำให้เขารู้สึกเสียดหู
ทุกคนหัวเราะเบาๆ ต่างคนต่างกระวีกระวาดช่วยนาโอจิ ทว่าออร์เฟอุสนิ่งอยู่กับคำพูดของจ้าวบ้าน
*เปล่าครับ คุณอัลเบิร์ต...*ออร์เฟอุสเอ่ยเสียงค่อย
*อย่างนั้นหรอกหรือ...น่าเสียดาย*อัลเบิร์ตชายจาไปยังหนุ่มผิวงาช้างที่นั่งสำลักน้ำชา หรือว่าจะเป็นผู้ชายคนนี้เขาคิด
*พ่อหนุ่ม...ชื่ออะไรรึ*อัลเบิร์ต ถามด้วยน้ำเสียงพยายามที่จะอ่อนโยน
*นา...นาโอจิ อิชิสึคิครับ*ดวงตาคมจ้องกลับอย่างไม่มีทีท่าจะหลบแม้แต่น้อย
*มาจากไหนรึ เธอคงเรียนสตราลล์สิน้ะ.ดวงตาของผู้เป็นพ่อพิจารนาอย่างละเอียด แต่เหมือนว่าเขาจะไม่อยู่ในสายตาเลยแม้แต่นิด
*ญี่ปุ่นครับ..ผมเรียนแบบเดียวกับออร์เฟอุส ลุดวิก เอ็ดดัว และคามิวครับ*ความรู้สึกเหมือนโดนตีค่าต่ำจากสายตาอัลเบิร์ตทำให้เขารู้สึกว่าตนด้อยค่าและในขณะเดียวกันก็เกิดความหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรี
ทุกคนที่โต๊ะอาหารรู้สึกถึงความกดดัน แต่ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเอ่ยวาจา
*โรซารี...มีความสำคัญกับชั้นมาก...เธอคงเข้าใจน้ะ คุณนาโอจิ*อัลเบิร์ตพูดจาเชือดเฉียนเขาอย่างรุนแรงด้วยน้ำเสียงนิ่มนวล
*ครับ...คุณอัลเบริ์ตผมอิ่มแล้ว...ขอตัวน้ะครับ* มือสีงาช้างยันกับโต๊ะอาหารและเดินผละออกไปอย่างรวดเร็ว ท่าทีเสียมารยาทไม่ใช่นิสัยของนาโอจิยกเว้นเมื่อเขาโกรธเท่านั้น
โรซารีได้แต่นั่งนิ่งหล่อนไม่พูดอะไร แต่ทว่าภายในใจของหล่อนรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถที่จะปกป้องนาโอจิจากวาจาเชือดเฉือนของผู้เป็นพ่อได้
พระจันทร์ส่องแสงอย่างนิ่มนวลเข้ามาในคฤหาสถ์และในสวนของตระกูลชาเปลแลง แต่ความรู้สึกเศร้าหมองจองนาโอจิยังคงวนเวียนอยู่ในจิตใจของเจ้าของ เขาเดินวนอยู่ในสวนตระกูลชาเปลแลง พลางครุ่นคิดถึงคำพูดของอัลเบิร์ตที่ตัดสินเขาเพียงแค่ภายนอก เขาเองก็เข้าใจคนเป็นพ่อ แต่หัวใจของเขามันพยศ เขาไม่แน่ใจว่าเขาจะกับโรซารีจะอยู่ร่วมกันได้ ทั้งๆเขารักหล่อนมากขนาดนี้ เขามองลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่หรูหราเข้าไป เห็นรูปวาดอีกรูปหนึ่งของโรซารี หล่อนอยู่ในชุดสีขาว คล้ายกับเจ้าสาว ใบหน้าขอโรซารียิ้ม ความรู้สึกนึกคิดต่างๆเริ่มทำให้ร่างกายของเขาเริ่มเพ้อ เขาเอื้อมมือไปยังทิศทางของรูปวาด จินตนาการไว้ในใจว่าเหมือนได้สัมผัสใบหน้าของหล่อนที่เหมือนส่งยิ้มมาให้เขาเพียงผุ้เดียว เพียงแค่จินตนาการเล็กน้อยเพียงแค่นั้น ทำให้เขาได้รู้สึกว่าในช่วงนี้ เวลานี้ ทุกวินาทีนี้ เหมือนเขากับเธออยู่ด้วยกันตลอดกาล
*นาโอจิคุง...ทำอะไรอยู่หรอ*โรซารีเอ่ยเบา มือของหล่อนเข้าสัมผัสที่ไหล่ของชายหนุ่ม
ทันใดนั้นความรู้สึกของเขาก็พรั่งพรูออกมาอย่างเก็บไว้ไม่ไหว ความอุ่นของฝ่ามือน้อยส่งผ่านเข้ามาผ่านที่หัวไหล่ไปทั่วกายของเขา เขาหันหลังมาไม่ได้เอ่ยแม้แต่อย่างใด แขนทั้งสองข้างของเขากอดรัดหล่อนด้วยหัวใจที่เอ่อล้นไปด้วยความรู้สึก ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันในสวนสวยยามราตรีที่ดาวระยิบระยับ
*นาโอจิ...คุง...เป็นอะไรหรอ?*หล่อนถามด้วยน้ำเสียงฉงนสงสัย
*อย่าถามเลยโรซารี...อย่าถามเลย*มือสองข้างยกขึ้นมาลูบไล้ไปหน้าของหล่อน มือสีงาช้างทั้งคู่ของของเขาสั่นเหมือนคนจับไข้ ลูบไล้สัมผัสใบหน้าของหญิงคนรักด้วยความอ่อนโยนแต่แผงไปด้วยความเป็นเจ้าของ โรซารีเงยมองหน้าของหนุ่มตาคมและทั้งคู่ก็สบตากัน เพียงเท่านั้น ชายหนุ่มไม่สามารถที่จะสะกดความรักที่เขามีแก่เธอได้อีกแล้ว ริมฝีปากของเขาสัมผัสกับโรซารีอย่าแผ่วเบาและค่อยๆลึกล้ำและเนิ่นนาน
เมื่อรสจูบสิ้นสุดทั้งคู่ยิ้มให้กันอย่างเขินอาย เขาอาสาที่จะไปส่งเธอที่ห้อง ทั้งคู่จูงมือไปด้วยกันและมองกันด้วยความสเน่หา เขาส่งหล่อนที่ก้องนอนของหล่อนและตัดใจเดินกลับมาทางห้องพักของตนเองและพบออร์เฟอุสกำลังจะเข้าห้องนอน
*อ้าวเพิ่งกลับห้องหรอนาโอ*ออร์เฟอุสเอ่ยพลางเกิดประคูห้องนอนสีชมพู
*อืม...*
*เฮ้ย...ฉันขอโทดเรื่องที่นายโดนเปรียบเทียบน้ะ*
*ไม่เป็นไหรอก...ว่าแต่ขอตัวน้ะ*
ออร์เฟอุสพยักหน้าและผลักประตูเข้าห้องนอนไป ภายในห้องนอนมีแสงเทียนอยู่ข้างเตียงสลัวๆ เขาเห็นร่างของโซราเรียอยุ่บนเตียงสีหวาน ผมสีแดงคลอเคลียอยู่ที่หมอนและต้นคอ ดวงตาหลับพริ้มในนิทราแสนสุข หล่อนในชุดนอนผ้าบางๆสีขาวที่หลุดลุ่ยจากการนอนหลับ วินาทีนั้นมือของเขาเลื่อนไปลูบไล้แก้มของหล่อนที่แดงด้วยความหนาวเย็นของค่ำคืน หล่อนสะดุ้งเล็กน้อยและกลับมาสงบเหมือนเดิม ทันใดนั้นเองเสียงหวีดร้องของแองเจลิก้าที่อยู่ห้องข้างเขาลั่นขึ้น
*ว้ากกกกกกกกกก*
ออร์เฟอุสชักมือกลับจากหน้านวล เขาหันหลังกลับไปยังห้องน้ำในตัวห้องนอน เขาย้อนกลับมามองร่างน้อยบนเตียง ความรู้สึกบางอย่างประทุขึ้นอย่างช้าๆ เห็นทีเขาต้องลดความร้อยรุ่มที่มีในใจให้เย็นลงจากการอาบน้ำทันที
เสียงของแองเจลิก้าลอยไปตามระเบียงทางเดิน หลายครั้งหลายหนอยู่ซ้ำไป
เอ็ดดัวซึ่งกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำหรูหราภายในตัวห้องสีแดง จ้องมองฟาเซ๊ทต้าที่กำลังนั่งอ่านทบทวนตำราอยู่บนโต๊ะทำงานข้างหัวเตียง
*อ้าว...เจ๊ยังไม่นอนอีกหรอ*เอ็ดกล่าวพลางเช็ดผมด้วยผ้าขนหนู
ยังไม่ทันที่ฟาเซ๊ทต้าจะกล่าวอะไร พลันมองแผ่นอกกว้างของเจ้าหนุ่มหน้าทะเล้น เสียงหวีดร้องของแองเจลิก้าดังกระแทกโสตประสาท
*อย่าน้าาาาาาาาาาาาาาาาาลุดวิกๆๆๆๆบอกว่าอย่า*
เอ็ดดัวจับผ้าเซ็ดตัวของตนอย่างแน่นและวิ่งออกไป ปล่อยให้ฟาเซ๊ทต้านั่งงอยู่อย่างนั้น
หนุ่มผิวคล้ำหน้าตาดีวิ่งไปตามระเบียงทางเดิน เขาไม่คาดคิดเลยว่าลุดวิกจะทำเรื่องโสมมกับแองเจลิก้า ทั้งที่เขาคอยเป็นเพื่อนของเธอและอยู่เล่นสนุกด้วยกันมาทุกๆวัน จิตใจของเขาเริ่มคิดถึงเรื่องร้ายที่อาจจะเกิดกับหญิงสาวได้หลายอย่าง ในที่สุดเขาก็มาถึงประตูหน้าห้องสีขาว
มือสีน้ำผึ้งผลักประตูออกทันที และพบร่างของทั้งคู่...ยื้อแย่งผ้าห่มสีขาวผืนยาวอยู่บนเตียงอย่างไม่มีใครยอมใคร
*เอาม้าาาชั้นหนาาาาาาาาว*
*ชั้นคว้าก่อนมันต้องเป็นของชั้นสิ*
เอ็ดดัวยืนนิ่งเป็นรูปปั้น ความคิดทุกอย่างพังทลายในบัดดล สิ่งร้ายที่เกิดขึ้นกลับเป็นเรื่องของเด็กๆแย่งผ้าห่ม ด้วยความอึ้งของเขาทำให้มือที่คว้าผ้าเช็ดตัวอย่างแน่นก็คลายลง ผ้าเช็ดตัวร่วงตกลงกับพื้น สายตาของแองเจลิก้าและลุดวิกที่เคยจ้องที่ผ้าห่มผืนเดียวกัน กลับมามองร่างเปลือยของเอ็ดตัวอย่างไม่วางตาด้วยความตกใจ
*เฮ้ยย!!!ไอ้ทุเรศ*
*อ้าา!!!*
ทั้งคู่ร้องระงมร้องโวยวายไปด่าไป คุณพ่อบ้านเดินมาและถือผ้าห่มมาอีกผืน มองเอ็ดดัวยิ้มๆก่อนที่จะเอ่ยว่า
*ท่านอัลเบิร์ตก็...เดินในคฤหาสถ์แบบท่านเอ็ดดัวอย่างนี้บ่อยๆครับ...ไม่นึกเลยว่าจะรสนิยมเดียวกัน*
เอ็ดดัวรีบคว้าผ้าเช็ดและวิ่งกลับห้องไป คุณพ่อบ้านจึงเดินเข้ามาในห้องสีขาวและขออภัยลุดวิกและแองเจลิก้าเรื่องที่ขาดผ้าห่มอีกอัน แองเจลิก้าคว้าผ้าห่มจากคุณพ่อบ้านและคลุมตัวของหล่อนลงนอนอย่างไม่หันไปมองใครทั้งสิ้น ลุดวิกเองก็ค่อยลุกไปเอนตัวลงนอนบนโซฟาข้างๆและเว้นระยะห่างจากสาวน้อยพอสมควร คุณพ่อบ้านกล่าวราตรีสวัสดิ์แล้วเดินออกไป
เอ็ดดัววิ่งกลับไปที่ห้องนอนสีแดงของเขาและฟาเซ๊ทต้าเขาเคาะประตู พลางเรียกให้ฟาเซ๊ทต้าเปิดรับเขา
ฟาเซ้ทต้าเปิดประตูออกช้าๆ ดวงตาของหล่อนจ้องมองเขาที่ยืนสั่นไปด้วยความหนาวและอับอายแก้มสูบฉีดเลือดแดงทำให้เกิดสีแดงฉานทั่วใบหน้า มีหนึ่งกำผ้าเช็ดตัวที่หลุดลุ่ย
*ขอ...ขอชั้นเข้าไปที...ฟาเซ๊ทต้า*ดวงตาสีเขียวออดอ้อนช่างดูน่ารัก
*มะ...ไม่ ไม่มีทางย่ะไป...นอนข้างนอก!!!* แก้มเริ่มแดงฉานขึ้นเรื่อยๆ หล่อนปิดประตูใส่หน้าเขาอย่างจัง
*อย่าเข้ามาน้ะ!!!*ไปนอนข้างนอก*หล่อนไล่เขาอย่างไร้ปรานี แต่ทว่าหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ
ฝ่ายที่โดนไล่จำใจเดินออกไป เขาหันมามองประตูห้องนั้นอย่างเศร้าสร้อยก่อนที่จะ หาที่นอนในค่ำคืนที่หนาวเย็นและลมแรงเช่นนี้
ฮุๆๆๆ ออกตอนใหม่แล้ว ไฟแรงให้ได้เรื่อยๆนะ ชอบๆ
ฉากโรแมนของนาโอจิกะโรสน่ารักดีอ่า ชอบตรงที่เขียนบรรยายความรู้สึกของนาโอจินะ แต่...2คนนี้คบกันแล้วหรอO O
แนจจะมะสู้ๆ จารออ่านต่อนะ จุ๊บๆ
#1 By FoxTraiL on 2008-01-17 05:19