บทที่ 2 เงิน….เนี่ยสำคัญจริงน้ะ
posted on 24 Dec 2007 13:58 by canvasvanilla in Fanfictionบทที่ 2 เงิน....เนี่ยสำคัญจริงน้ะ
หลังจากเข้าประชุมเสร็จ 4 สาวก็ เดินกลับมาที่หอพักเพื่อที่จะจัดแจงข้าวของเข้าห้อง แต่ทว่า...
"ขอโทษจริงๆจ้ะ แต่พวกหนูไม่ได้ลงทะเบียนอยู่หอพักไว้" อาจารย์อิซาเบลล่าผู้คุมหอพักหญิงเอ่ยขึ้น
"ชั้นจองแล้วนะ" ฟาเซ็ทต้าชายตามองเพื่อนสาวที่หน้าซีดขึ้นทันตาทั้ง3
"ในรายชื่อจองหอ ไม่มีหนู3คนน่ะจะ...มีแต่ คุณโนวิคอฟจ้ะ" สาวแก่ยิ้มเนือยๆ
"งั้นอีก3คนนี้ให้นอนห้อง ของฉันละกัน.."
"หอพักไม่อนุญาตให้อยู่รวมกันนะจ๊ะ จริงๆแล้วก็มีห้องเหลือนะ แต่ต้องจ่ายเงินมัดจำก่อน ก็แค่ 9000คูเซน เอง"
"หาาาาาาา"โซราเรียร้องลั่น และเริ่มสงสารตัวเองเรื่องปากท้อง ชีวิตของเด็กกำพร้าจนๆเนี่ย มันไม่มีที่ให้อยู่สำหรับที่นี่จริงสินะTT^TT๐
"อ่า ถ้าต้องจ่ายฉันก็ไม่มีปัญหานะคะ^ ^"โรซารีคุณหนูตระกลูผู้ดีเก่าอย่างเธอเรื่องแค่นี้เล็กน้อยนัก
"ฉันก็ไม่มีปัญญานะถ้าจะต้องจ่าย แต่....แย่เนอะ นอนรวมก็ไม่ได้ อยากอยู่ด้วยกันมากกว่า" แองเหลือบมอง อ.อิซาเบลล่าอย่างเหนื่อยหน่าย
"อุ้ย ท่านแองเจลิก้า...เอ่อ...งั้นรวมก็ได้ค่ะ ^_^''
"ง่ะ...ขะ ขอบคุณ"ไหงอยู่ดีๆยอมง่ายงี้หล่ะ = ="
"แล้วเธอล่ะ ว่ายังไงโซระ" ฟาเซทต้ากล่าวพลางรับกุญแจจากมือย่นๆของอ.อิซาเบลล่า
9000คูเซน......โซราเรียยืนนิ่งไม่ไหวติง...ความจนมันรั้งข้อขาขยับไม่ออก
"โซราเรีย เป็นอะไรรึป่าวคะ"โรซารี่เห็นโซราเรียเงียบผิดปกติจึงกล่าวถาม
"ฟาเซท...โรซารี...แอง...ง" เสียงหายใจถี่ๆดังขึ้นเรื่อยๆ "ชั้น....ไปหาเงินก่อนน้าาาภายในวันนี้ต้องได้ 9000คูเซน ว้าาาาาาาาาาาาาาาก!!!+[]+๐"หล่อนค้วาเชลลโล่ที่วางตรงพื้นและวิ่งด้วยฝีเท้าพลังรถจักรเร่งเร็วสุด พุ่งออกจากหอไป
"อ๊ะ โซระ รอก่อนคะ"ด้วยความเป็นห่วงโรซารีจึงวิ่งตามโซราเรียออกไป
ทั้งคู่ปล่อยให้ทุกคนที่ยืนต่อแถวรับกุญแจตะลึงงัน รวมทั้งแองเจริก้า ฟาเซ็ทและอ.อิซาเบลล่าที่เหมือนจะเป็นลมเหมือนเจอมรสุม
"ขึ้นห้องเถอะ"ฟาเซทต้ากล่าวเรียบๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ง่ะ แล้ว2คนนั้นล่ะ"แองเจริก้ายังงงกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิด
"เดี๋ยวก็กลับมาเองแหละ....พวกเรามาหาอะไรพนันกันสนุกๆดีกว่า.."ฟาเซทต้ายิ้มเล็กๆแล้วเดินนำแองเจริก้าเข้าไปด้านในอาคารหอพักหญิง
ณ ลานกว้างในเมือง....
หึหึ...นี่หล่ะที่ทำเงินของ สุดยอดนักเชลโล่ โซราเรีย สายตาสอดส่องไปถั่วหาจุดที่น่านั่งเล่นดนตรี ในที่สุดก็พบน้ำพุกลางเมือง..ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา โซราเรีย รีบเข้าไปนั่งที่ม้านั่งข้างน้ำพุ และเริ่มการเล่นเชลโล่ของหล่อน
"นายชวนชั้นมาเพื่อซื้อของแค่นี้เองรึ...นาโอจิ"ออร์เฟอุสประชดเบาๆ ของ "แค่นี้"ในความหมายของเขามันไม่ใช่น้อยๆเลย เขาเหลือบมองในมือของตนเองที่เต็มไปด้วยถุงมากมาย
"ไม่ใช่ "แค่นี้เอง" นะ...พวกมันมีประโยชน์กับร่างกายมากเลย"นาโอจิยกถุงกระดาษถุงเล็กที่บรรจุลูกพรุนอยู่เต็ม และรับเงินทอนจากคนขายผลไม้
"ไม่ใช่...ชั้นหมายถึงว่า...แค่พวกนี้ของนายมันหนักมากนะ" มันคงจะยากบ้างที่คนต่างชาติต่างภาษาจะเข้าใจภาษาที่ไม่ใช่ภาษาพื้นบ้านของเขา ออร์เฟ่คิด....หรือว่ามันหลอกให้ตูถือฟระ - -"
นายถือแค่ลูกพรุนแต่ชั้นเนี่ยทุกอย่างเลย...
"อ้าว...อืมมาเดี๋ยวช่วย"
ปึก!!! บางสิ่งกระแทกหลังของเขา
"เฮ้ย!!!ส้มหล่น" มือของชายหนุ่มผมทองรับน้ำหนักของไม่ไหว ของทุกอย่างที่อยู่ในถุงร่วงลงมา กองลงกับพื้น
"ขอ...ขอโทษค่ะ คือ ชั้นไม่ได้ตั้งใจค่ะ" โรซารีนั่นเองที่เป็นคนชนออร์เฟอุสจนของตกลงมาหมด
"เธอ!!..."น้ำเสียงขุ่นมัวของเขาเปล่งขึ้นก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงอ่อนโยน
"เป็นอะไรมากไหม"ดวงตาสีฟ้าของเขายังจ้องมองโรซารีอย่างไม่วางตา ใบหน้าของหล่อนช่างดูคล้ายกับพี่สาวของเขาเหลือเกิน ท่าทีหวาดกลัวเล็กน้อยทำให้เขาเผลอยิ้มออกมา
"ให้ชั้นชดใช้อย่างไรก็ได้ค่ะ แต่ตอนนี้ชั้นตามหาเพื่อนอยู่"
"เพื่อนของเธอหน้าตาเป็นยังไงล่ะ"นาโอจิกล่าวอย่างใจเย็นแต่ก็แอบเสียตายของที่ซื้อมาเหมือนกัน
"คะ คือ เขาวิ่งถือเครื่องดนตรี น่ะคะ...เช...เชลโล่ด้วยน่ะค่ะ...แล้วก็...ผม สีแดงค่ะ" ความรู้สึกผิดทำให้หล่อนพูดไม่ประติดประต่อ
"ใจเย็นๆนะ...ค่อยๆพูด..."ดวงตาสีน้ำตาลเข้มสังเกตท่าทางของหญิงสาวที่เก้อเขินคน หน้าตาของหล่อนน่ารักจิ้มลิ้ม...เหมือนตุ๊กตากระเบื้องที่อยู่ในบ้านของพวกผู้ดี ดวงตาสีฟ้า จ้องมองการสนทนาของทั้งคู่ ความรู้สึกบางอย่างข้างในคุกกรุ่น ออร์เฟอุสเผลอระเบิดอารมณ์ขึ้นมา
"พอแล้วนาโอจิ...ให้ชั้นช่วยหล่อนเองดีกว่า"มือในถุงมือขาวรีบปิดปากของเจ้าของทันที......นี่เขาเป็นอะไรไปนะ...
เสียงผู้ชนฮือฮาขึ้น ผู้คนที่เดินไปเดินมาต่างทยอยกันมุ่งตรงไปยังทิศทางหนึ่ง ราวกับโดนมนต์สะกด
"เพราะจัง...ใครเล่นเนี่ย"หญิงสาวที่ถือร่มชักกระโปรงของตนเล็กน้อยก่อนเดินไปทิศทางที่เสียงดนตรีล่องลอยมา
"ทางนั้นสิน้ะ"ออร์เฟอุสพึมพัมเบาๆ ก่อนคว้ามือของหญิงสาวแล้วเดินไปตามเสียงเพลง ร่างของหล่อนกระตุกเล็กน้อยก่อนเดินตามเจ้าของมือที่กอบกุมมือของหล่อน และอีกมือหอบถุงหนักเหมือนว่ามวลทั้งหมดหายไป
ชายหนุ่มต่างชาติผมสีดำขลับยาวจ้องมองอย่างสงสัย และเดินตามทั้งคู่ไป
เสียงปรบมือดังกระหึ่มของผู้คนที่ บางคนยืนบางคนนั่ง ฟังเสียงเชลโลทุ่มต่ำ ที่หวานซึ้ง จับใจผู้ชมโดยรอบ บ้างเข้ามาปรบมือพร้อมกับโยนเงินใส่ในผ้าผืนเล็กที่ปูวางบนพื้นถนน
"ขอบคุณค่ะ..ขอบคุณมากๆ"ผู้บรรเลงท่วงทำนองแสนไพเราะนั้น คือ โซราเรียนั่นเอง หล่อนกล่าวขอบคุณเหล่าผู้ชมก่อนจะเริ่มต้นสีบทเพลงต่อไปในทันที
"นั่นใช่มั้ย เพื่อนของเธอ?"ออร์เฟอุสเอ่ยถาม โรซารีพยายามจะมองหาแต่ฝูงชนก็เยอะเสียจนหล่อนโดนบังมองไม่เห็น ทั้ง3จึง ค่อยๆแทรกผ่านฝูงชนที่รักเสียงดนตรี ซึ่งเบียดเสียดรอบล้อมลานน้ำพุ
นาโอจิแทรกร่างของเขาออกมาได้แต่เสียความสมดุลของตนเอง ร่างของเขาล้มลงกับพื้นและพุ่งออกมาแถวหน้า
"..."สีหน้าของเขาแดงไปด้วยความอับอาย โซราเรียหยุดเล่นทันที หล่อนคิดแก้สถานการณ์แล้วพูดว่า
"เพื่อนของชั้นมาแล้วค่ะ...แล้วเราจะร่วมเล่นดนตรีด้วยกัน"
ผู้ชมปรบมือลั่น ออร์เฟ่อุสขยับเข้ามาและ พยุงชายหนุ่มตาคมให้ลุกขึ้น
นาโอจิรับจับมือของออร์เฟอุสและลุกขึ้นเดินมาตรงนักเชลโล่สาวอย่างเสียไม่ได้
"ทำไม...เธอพูดอย่างนั้นล่ะ...แล้วผมจะทำยังไงเนี่ย"นาโอจิกระซิบถามนักเชลโล่สาวอย่างร้อนรน
"เอ่อ...นาโอจิคุงสินะ...ชั้นจำเธอได้...โซราเรียจ้ะ" หล่อนยิ้มเหมือนไม่รับรู้ว่าสร้างความเดือดร้อนให้หนุ่มต่างชาติคนนี้เลย
"นะ..นี่ไม่ใช่เวลามาแนะนำตัวนะครับ"
"ชั้นได้ยินมาว่าคุณ เก่งเป่าขลุ่ยญี่ปุ่นไม่ใช่หรอ"
"แต่ผมไม่มี...ขลุ่ย"
"เฮ้!!รีบเล่นสิอยากฟังอยู่แล้วนะ" ผู้ชมคนนึงเริ่มตะโกนอย่างหงุดหงิด
"ทำยังไงดีหล่ะคะ..คุณนาโอจิไม่มีขลุ่ย"โซราเรียเริ่มร้อนรนตามหนุ่มญี่ปุ่นไปด้วย....ลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลย = ="
ออร์เฟอุสประมวลความคิดของเขาว่าในถุงกระดาษมีอะไรบ้าง ทันใดนั้นเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า...เมื่อเช้านี้นาโอจิเป่าขลุ่ยอยู่ในสวนก่อนที่จะออกมาพร้อมกับเขา
และขลุ่ย นั้นอยู่ในถุงนี้
"นาโอจิรับ!!!"ออร์เฟอุสหยิบขลุ่ยจากในถุงและโยน มือสีขาวงาช้างคว้าขลุ่ย และหันไปมองตัวปัญหา
"เล่นทำนองคลอตามชั้นน้ะ"สายตาคมกริบดุใส่หล่อน
"ค่า...คุณนาโอจิ"โซราเรีย พยักหน้า
ทันทีที่ริมฝีปากของเขาสัมผัสกับขลุ่ย เสียงเพลงไพเราะท่วงทำนองแบบตะวันออกไหลหรั่งพรูออกมา เสียงแผ่วเบาที่ออกมาจากตัวขลุ่ยเป็นทำนองทำให้นึกถึงท้องฟ้าและดวงจันทร์ยามค่ำคืนจากบ้านเกิดของเขา และเสียงเชลโล่ที่หนักแน่นทว่าแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยช่วยประสานแสดงความรู้สึกเหงาลึกๆ ของ ชายต่างชาติซึ่งปลดปล่อยท่วงทำนองอันเปล่าเปลี่ยว
"นั่นเพื่อนของชั้นเองค่ะ...ขอบคุณมากนะคะ...คุณ..."
"ออร์เฟอุสครับ"เขาคว้ามือของหล่อนมาและประทับจูบเบาๆ
"คุณ...?"คิ้วเรียวงามของชายหนุ่มเลิกขึ้นด้วยความสงสัย
"โรซารีค่ะ โรซารี เอโลดี ชาเปลแลงค่ะ"โรซารีละความสนใจจากดวงตาสีฟ้าใส แล้วหันไปมองนาโอจิและเพื่อนสาวของหล่อน
บทเพลงแล้วบทเพลงเล่าผ่านไปนาโอจิรู้สึกสนุกสนาน อย่างที่ไม่ได้เป็นมานาน ในขณะเดียวกันโซราเรียกลับรู้สึกใจเต้นขึ้นเรื่อยในทุกบทเพลง...เหมือนว่าเขาเข้าใจหล่อนยิ่งกว่าใครๆ
เสียงนกร้องยามเย็นแสดงถึงการสิ้นสุดของวัน
"นาโอจิ...ขอบคุณมากเลยนะ"โซราเรียเก็บของพลางเก็บเงินที่ได้
"อะ...ไม่เป็นไรสนุกมากเลย"ดวงตาคมและรอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏ แก้มของโซราเรียแดงฉานขึ้นทันที
"เป็นบทเพลงที่ไพ เราะมา..."โรซารี่ที่เดินเข้ามาสมถบเมื่อการแสดงจบลง ต้องชะงักเพราะเสียงวีนแสบแก้วหูของเพื่อนสาว
"งะ..เงินม่ายพออ้าๆๆๆๆได้ 2000 เองง่าาาาาาาT[]T"
ร่างสุงในผ้าคลมสีขาวย่างเข้ามา
"เธอต้องการเงินเท่าไหร่หรอ...ที่ว่าไม่พอน่ะ"
"9000คูเซน .......ว่าแต่นายเป็นใคร -o-?"
"นะ...นี่เธอไม่รู้จักชั้นหรือนี่!!!"ผมสีทองสะบัดเเรงเหมือนเขาไม่เชื่อในสิ่งที่เจ้าของดวงตาสีหยกพูด
"โซระ...จ้ะ คุณคนนี้เขาชื่อ ออร์เฟอุส น่ะอยู่ในกลุ่มสตราล์แบบเดียวกับคุณนาโอจิไงล่ะ"โรซารีเพิ่ม หล่อนสัมผัสได้ในความฉุนเล็กๆของออร์เฟอุส
"อ้อ....หยั่งงั้นหรอกหรออ...ใครจาไปรู้จักอ้ะ" สายตาเมินเฉยเหมือนน้ำมันราดความคุกรุ่นในอารมณ์ลูกคุณชายผมทอง
"เชอะ...แค่ 9000 ไม่เห็นเยอะหนักหนา"ออร์ฟิอุสพูดอย่างไม่ยีหละ
"เยอะสิ...ใครจะไปรวย....อย่างนาย"โซราเรียเริ่มฉุน
"หึ..เออชั้นรวยและใครจะจนอย่างเธอล่ะ"ว่าแล้วออร์เฟอุสก็คว้าถุงเงินสีชมพูของโซราเรีย และส่งถุงเงินนั้นให้นาโอจิ
"อ้ะ...คุณออร์เฟอุส ทำอะไรคะ"
"โรซารี...เธอคงไม่โกรธนะ ที่จะให้เงินนาโอจิครึ่งนึง...เพราะอย่างน้อยนาโอจิก็เล่นทุกเพลงกับเพื่อนของเธอ"
"ตะ แต่ว่า...คือ....." โรซารีอึกอักทำอะไรไม่ถูก
"เออ...ได้แต่ช้านนนนนนเล่นไปก่อนตั้ง1เพลง...ฉะนั้น...ชั้นต้องได้จากนาโอจิอีก100ด้วย"โซราเรียพูดขึ้นด้วยความโมโห ในเมื่อหล่อนเป็นคนเล่น ทำไมตานี่ถึงไม่ถามตกลงกับหล่อน
"งั้นเป็นอันตกลง"ออร์เฟอุสปรบมือและคืนถุงเงินให้แก่หญิงสาว
นาโอจิยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น เขาไม่นึกเลยว่า ออร์เฟอุสจะทำอะไรที่ประหลาดขนาดนี้
"...ว่าแต่เราเรียนที่เดียวกันนี่...ให้ไปส่งไหมล่ะ" ออร์เฟอุสเสริม ทำหน้าตากวนประสาทใส่โซราเรียก่อนที่จะยิ้มหวานให้โรซารี
"ม่ายยยย่ะมีขา2ขากลับเองได้แถมโรซารีอีก2เป็น4ย่ะ"ว่าแล้วก็คว้ามือของเพื่อนสาวสุดหวงมากุมเน่น
"เพิ่มชั้นกับนาโอจิก็เป็น 8ไง เผื่อเธอเดินไม่ไหว"ออร์เฟอุสหัวเราะซ้ำ นาโอจินิ่งเป็นรูปปั้น
ทั้ง4 เดินกลับมาที่โรเซนสลอธ...ท้องฟ้ายามเย็นช่างโรแมนติค แต่เสียงทะเลาะอื้ออึงของโซราเรียและออร์เฟอุสทำให้บรรยากาศทุกอย่างพังไม่เป็นท่า
ในหอพักห้องของฟาเซทต้า
ดวงตาสีม่วงใสจ้องมองออกมานอกหน้าต่าง เห็นทั้ง4คนเดินมาอย่าง...มีความสุข?
"ไงกระเป๋าของโซราเรียตุงไหม"
"เดี๋ยวเข้ามาก็รู้...ฟาเซทต้า"แองเจลิก้ายังมีท่าทีมั่นใจ และยังคงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้คำตอบอยู่แล้ว
5 นาที่ต่อมา....
"ฟาเซ็ทต้าชั้นกลับมาแล้ว"โซราเรียเอ่ยขึ้นและเปิดประตูเข้าไปในห้อง
"ชั้นไม่มีเงินพอน่ะ...ขอพักคืนนึงสิ"โซราเรียเอ่ยอย่างเหนื่อยล้า
"อยู่ไปตลอดการศึกษาเลยก็ได้"ฟาเซ้ทต้ากล่าวเบาๆ
"ม่ายยยยช้านนแพ้!!!"แองเจลิก้าวิ่งเข้าห้องน้ำและขังตัวเองเอาไว้
"เกิดอะไรขึ้นหรอจ้ะทุกคน ทำไมแอง...เป็นอะไรหรอ?"โรซารีถาม
"หึหึ...อย่ารู้เลยโรซารี...หึหึอย่ารู้เลย"เสียงหัวเราะเบาๆอย่างมีเลศนัยนั้นเป็นปริศนาต่อทุกคนต่อไป