[Fanfiction-Meine Liebe]ตอนที่1 คำสัญญา

posted on 21 Dec 2007 20:38 by canvasvanilla  in Fanfiction

You can do what ever you please but do not copy my works naka.

 

Original Meine Liebe characters' Kaori Yuki

but Solaria Rosary Fazetta and Angelica are owns bt Canvas Vanilla only.

this is my first time in fanfiction writing na.>_<

 

ตอนที่ 1  คำสัญญา

by Natjamah

 

                   นี่...สัญญากันน้ะว่าจาไปเจอที่โรเซนสลอธ ทุกคน สาวน้อยสำเนียงผู้ดีอ่อนหวานกล่าวดวงตาสีฟ้าอ่อนของเด็กน้อยคลอไปด้วยหยดน้ำตาเอ่อ

                  อืม...สัญญา โรซารีเด็กหญิงตัวน้อยอีกคนหญิงรับคำอย่างไม่ลังเล

                  ชั้นคิดว่าสติปัญญาชั้นน่าจะพอเข้าได้เด็กหญิงอีกคน กล่าวนิ่งๆ แต่ชั้นไม่มีเงินนี่หน่าาา...จะเข้าโรเซนสลอธได้ไง เด็กสาวคนที่4 ในชุดปอนๆสกปรกก้มลงมองสารรูปของตนอย่างเศร้าหมอง ความชึ้นเริ่มก่อตัวที่ดวงตาทั้งสองของสาวน้อย

                  อืม...ชั้นจะพยายาม...ชั้นจะไม่ยอมเป็นเด็กกำพร้าไปตลอดชีวิตหรอก

                  เธอต้องมาให้ได้น้ะ พวกเราจะไปเจอกันที่ โรเซนสลอธ 

 

                 แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องลงมาลอดเขาหน้าต่างของ โบสถ์หลังเล็ก ซึ่งมี3ชั้น ความเก่าของมันรับรู้ได้ผ่านทางกลิ่นชื้นหืนๆ ที่ตามร่องของอิฐและหินที่เมื่อสัมผัสแล้วจารู้สึกถึงความเย็นผ่านเนื้อหิน เหมือนว่าโบสถ์นี้อยู่มานาน แต่พื้นดินรอบๆเป็นพื้นหญ้าสีเขียวขึ้นเป็นกระจุกๆ  และบริเวณรอบๆนั้นมีเด็กเล็กๆที่ทางโบสถ์รับเลี้ยงไว้  เด็กกำพร้าเหล่านี้ วิ่งวนไปรอบๆโบสถ์บาง บางคนกระโดดไปตามพื้นทางเดินหินที่ผุพังแทบจะจมดิน

                 เสียงหนึ่งทำให้เด็กๆที่กำลังเล่นอยู่นั้นชะงัก เป็นเสียงเครื่องสายทุ้มที่อ่อนหวานเต็มไปด้วยความเศร้าเล็กๆแต่ยังคงความงามลักษณะดนตรีตะวันตก  เด็กน้อยทั้งชายและหญิงวิ่งผ่านประตูโบสถ์เข้าไปยืนดูหญิงสาวคนหนึ่งเล่นเชลโล่ เรียวนิ้วของเธอกดลงไปตามเส้นลวดที่ตึงกระด้าง แต่เสียงที่ออกมาเป็นเสียงที่กังวานอ่อนหวานทุกครั้งที่เธอวางคันชักลงบนสายและสีท่วงทำนอง

                 พี่โซร้าาาเล่นเพลงไรหรอเด็กชายน้อยชื่อรีเฟล พลางขยี้จมูกไปด้วยส่งสายตาฉงน

                 เฮ้อ...ก้อไปเรื่อยๆหน่ะ...โซราเรียถอนหายใจดวงตาสีเขียวหยกของหล่อนมองใบหน้าใสที่เปื้อนโคลนจากการเล่นซนของรีเฟล  เด็กน้อยทั้งหลายเข้ามาล้อมมองดูโซราเรียเริ่มที่จะสีเชลโล่อีกครั้ง

                 พี่โซร้าเล่นอีกๆๆๆอยากฟังๆๆที่วันนั้นพี่ไปเล่นที่ร้านอาหาร...แล้วมีพี่พนักงานเสิร์ฟตกใจทำจานแตกอ้ะฮวน เด็กที่ตัวเล็กแต่ซ่าที่สุดในบรรดาตัวแสบเหล่านี้หยอกล้อ ทำให้เด็กๆทุกคนเริ่มหัวเราะ

                 "นี่...ฮวนเดี๋ยวเถอะ!!!" วัยรุ่นกำพร้าหัวแดง วางเครื่องดนตรีของหล่อนอย่างเบา แต่คว้าฮวนตัวน้อยอย่างว่องไว พร้อมกับแถมท่าไม้ตาย ของหญิงทุกคนพึงจะมี ท่าหยิก

                 "ปล่อยน้าาาาา...ป้าหัวแดง!!!ขออ้ายม่ายอิด โอเอนอะออธ!!!อ่อย!!!”เด็กๆเริ่มส่งเสียงร้องเชียร์ รีเฟลเริ่มวางพนันกับเพื่อนๆ ว่างานนี้ใครชนะ กับเพื่อนในขณะที่มวยนัดเด็ดระหว่างนักเชลโล่สาวกับฮวนเด็กกวนประสาทจะเริ่ม ทันใดนั้นเองนักบวชในชุดสีขาวซึ่งเป็นเจ้าของโบสถ์เก่านี้และสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าซึ่งโซราเรียและเด็กเหล่านี้เติบโตมา เสียงของรองเท้าหนังเนื้อดีของเขาย่ำกระแทกกับพื้นโบสถ์จนทำให้ ทุกคนในนั้นต้องหันมองอย่างแตกตื่น

                 โซราเรีย พ่อมีเรื่องอยากจะพูด...ทุกคนออกไปก่อนนะหลวงพ่อแมทไทอัสพูดด้วยเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความเจ้าระเบียบอย่างตัวเจ้าของเสียง

                 ค้ะ...คุณพ่อโซราเรียเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย ดวงตาสีเขียวหยกของหล่อนจ้อง หลวงพ่อแมทไทอัสอย่างยำเกรงหลวงพ่อแมทไทอัสเลี้ยงดูหล่อนมาอย่างเหินห่างแต่ยังดูแลเสมอๆ

                 "สถาบันโรเซนสลอธ...รับเธอเข้าแล้วน้ะ...พวกเขาประทับใจมากฝีมือการเล่นเชลโล่ของเธอหลวงพ่อพูดจบและเอ่ยต่ออีก "เธอต้องไปเดี๋ยวนี้...ไปเก็บของซะ"

                    

                 'เธอต้องไปเดี๋ยวนี้...ไปเก็บของซะ'  ประโยคนี้ยังสะท้อนอยู่ในหัวขอโซราเรียไม่หาย พอรู้ตัวอีกที่รถม้าที่สาวกำพร้าคนนี้ เสียเงินนั่งมาตั้งแต่เมื่อวานบ่ายจนถึงเช้าวันใหม่ เธอลากสัมภาระทั้งหมดที่ติดตัวมาคือเซลโล่และกระเป๋าเงินสีชมพูเก่าซีด  ส่วนพวกของใช้อื่นๆนั้นหลวงพ่อแมทไทอัสส่งมาไว้ที่หอพักโรเซนสลอธก่อนหลายวัน  โรเซ็นสลอธที่มีชื่อเสียงยิ่งใหญ่มากมาย ในการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ บริเวณตึกรอบๆนั้นแต่ก่อนเป็นพระราชวังเก่าแก่ แต่ได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นสถาบันการเรียนซึ่งชนชั้นสูงและผู้มีความสามารถได้เข้ามาเรียน ในทุกพื้นผิวของตึกมีความยิ่งใหญ่ทางประวัติศาสตร์และความสำเร็จของผู้เล่าเรียน ฉาบด้วยลายฝาผนังและหัวเสาที่ประดับอย่างสวยงาม ความรู้สึกเหล่านี้พรั่งพรูเข้ามาในตัวนักศึกษาทุกคนและ โซราเรียเช่นกัน

                 โซราเรียได้มาถึงสถาบันโรเซนสลอธ  หล่อนยืนและมองดูบัญญากาศที่ผ่านไปมารอบตัวก่อนนั่งบนม้านั่งหินอย่างเหนื่อยใจสายตาของหล่อนกวาดไปมองซองจดหมายในกระเป๋าสตางค์ และเปิดอ่าน

 

 

สถาบันโรเซนสลอธที่มีเกียรติและทรงคุณค่าแห่ง ประเทศ คูเช็น 

                

                    ได้อนุมัติการยอมรับ นางสาว โซราเรีย เอสเตลล่า จากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งเมืองฟิสก์ ผุ้มีความสามารถพิเศษ ในการเล่นเชลโล่ และได้รับการอุปถัมป์ทางการเงินจาก หลวงพ่อ แมทไทอัส มาดอร์ ในการเล่าเรียนที่นี่ ขอให้นักศึกษา มีความสุขกับร่มเงาแห่ง

 

                                                                 โรเซนสลอธบาโทโลมิว เคาท์ แห่ง ซูคเคอร์ เอเซนบาค

 

                 นั่งซึมไรอยู่นี่...โซระสาววัยรุ่นราวคราวเดียวกัน จ้องหน้าโซราเรีย ดวงตาสีม่วงอ่านเช่นเดียวกับผมของหล่อน ดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

                 จำชั้นไม่ได้จิงหรอน้ำเสียงและท่าทางของหล่อนคุ้นตา

                 แองเจ..ลิก้า..นี่เธอจิงๆหรอโซระกอดแองเจลิก้าเหมือนว่าจะหายไปกับตา  การกอดของโซระทำให้แองเจลิก้าถึงกับอึ้ง...ทำอะไรไม่ถูก

                 เอ่อ...อย่าเรียกแองเจลิก้าได้ม้ะ...คือเรียกแองก้อพอ" แองเจลิก้าเลิกลั่ก ท่าทางมีพิรุธ เธอฝืนยิ้มเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร หญิงสาวท่าทางมั่นใจเดินตรงมากยังทั้งคู่และข้างๆของหล่อนเป็นหญิงสาวผมสีน้ำตาลโอคน่ารักวัยเดียวกัน สายตาที่ส่งมายังโซราเรียและแองเจลิก้าดวงตาของหล่อนดูอ่อนโยนกว่าคนแรกซึ่งดูเย็นชา แต่รอยยิ้มของหล่อนดูน่าหยิกน่าตี

                 โซระ...จำโรซารี่...ได้ไหมและนี่ฟาเซทต้า แองเจลิก้าแนะนำทั้งคู่ เฉดสีแดงปรากฏบน ใบหน้าของแองเจลิก้า ก่อนที่จะหายไปในพริบตาเพื่อนสาวทั้ง4 กอดกันด้วยความคิดถึงโรซารี่ดูสวยขึ้น ท่าทางเรียบร้อยเมื่อแต่ก่อนไม่เคยหายไปดวงตาที่อ่อนไหวและรูปร่างที่ดูเป็นหญิงสาว ผมที่อ่อนนุ่มเหมือนผ้าไหมราคาแพงสีน้ำตาลคลอเคลียอยู่บนไหล่ที่บอบบางอ่อนนุ่มฟาเซทต้า ก็ยังไม่เปลี่ยนดวงตาสีน้ำตาลทองอ่อนๆที่ดูมุ่งมั่นทว่าเมินเฉย เหมือนว่าสามารถเชือดเฉีอนผู้คนให้ยอมทุกอย่างแก่หล่อนอย่างง่ายดาย  ผมสีดำขลับที่เหมือนนิลรวบผูกไว้สูง ดั่งที่คนไม่สามารถจับได้ถึง

                  รีบเข้าหอประชุมเถอะประถมนิเทศจะเริ่มแล้วแองตัดบท

                       

                 "โรซารี่...วันนี้ทำไมเราต้องรีบด้วยหล่ะ"  แองเจลิก้าถามโรซารีขณะที่วิ่งอยู่ตรงทางระเบียงเพื่อไปหอประชุม

                 "วันนี้เป็นวันที่พวกเราจะต้องเจอกับพวก สตราลล์ หน่ะสิฟาเซทต้าตอบแทนสาวๆวิ่งเข้าไปยังห้องประชุม เสียงอื้ออึงบริเวณรอบรอบทำให้เกิดความอึดอัดไปทั่วสี่สาวรับจัดแจงกาที่นั่ง ทันทีที่เสร็จ อธิการบดี ท่าทางกรุยกรายทอดน่องเดินอย่างช้าแต่สง่างามผมเป็นลอนของท่านอธิการดูเฉยเกินไปแล้วในสมัยนี้ ซึ่งเป็นที่ขำขันของทุกคน ท่านอธิการบาโทโลมิว หยุดบนกลางเวทีหอประชุมและเริ่มที่จะกล่าวคำตอนรับซึ่งกินเวลาประมาณชั่วกว่าแต่หาสาระไม่ได้   โรซารีซึ่งนั่งข้างโซราเรียก็เริ่มง่วงขึ้นมา หัวของหล่อนพยักขึ้นลงเหมือนเข้าใจในสิ่งที่ท่านอธิการพูด ซึ่งไม่มีสาระอะไรเท่าไหร่นัก 

                 ทันใดนั้นเสียงของนักศึกษาสาวในหอประชุมเริ่มฮือฮาขึ้น...เมื่อมีนักเรียนชายรูปงามเดินเข้ามา5คน "นั่นพวกสตราลล์นี่!!!หล่อจัง!!" นักศึกษาสาวคนนึงร้องออกมาดังๆ "ถ้าเป็นท่านลุดวิกหล่ะ ชั้นยอมทุกอย่างเลย" "ว้ายยยยย" อีกคนนึงเสริม

                  ท่านออร์ฟิอุส ชั้นรักท่านค่าาาา

                 นั่นไงพวกสตราลล์ ฟาเซทต้าเสริม

                 "ผมออร์ฟิอุสครับ" ฮอร์ฟิอุสยิ้มรับทุกคน กริยาของเขานั้นเป็นเเบบผู้ดีเก่าทุกอริยาบท สุภาพ แต่ไว้ตัว ดวงตาสีฟ้าที่ไสเหมือนลูกแก้วมีค่า ทุกสิ่งบนตัวของเขาดูเหมาะสม มีเพียงแต่รอยยิ้มนั้น ที่ดูเป็นรอยยิ้มมารยาท ไม่ได้แสดงความดีใจแท้จริงกระผมอิชิสุคิ

                 "นาโอจิครับ"  รอยยิ้มแบบเก้อๆ ของนักเรียนต่างชาติ ดูไม่ชินตา ท่าทางเรียบร้อยและระแวดระวัง

                 เราเอ็ดดัว ไม่แนะนำตัวนะเ ราว่าเราดังนิ ฮะฮะอารมณ์ขันของเขาทำให้ทุกคนในหอประชุมหัวเราะไม่หยุด

                 คามิว ครับหนุ่มน้อยตอบอย่างเรียบง่าย ตาสีแดงของเขาหลุบลงไม่พยายามมองฝูงชน

                 ชั้นคือ...ลุดวิกถือดีและโอหังในน้ำเสียง เขาเป็นผู้ดีเก่าแก่และมีตำแหน่งสูงกว่าใครในที่นี่...ทุกคนทั้งรักและในขณะเดียวกันก็เกรงกลัวด้วย

                 ใจเย็นๆก่อนนะเด็กๆ    กลุ่มสตราลล์ คือ ผู้ที่ได้รับการเรียนแบบพิเศษ และบางรายวิชาเขาต้องเรียนรวมกับสายการเรียนอื่นๆ พวกเขาเมื่อจบจากที่นี่จะได้ทำงานทางด้านการปกครองประเทศระดับสูง...........เอ่อ...เลิกประชุม...การเรียนเริ่มพรุ่งนี้นะ!!!”เสียงฝูงชนหญิงบ้าคลั่งทำให้อธิการต้องตัดบทลาทันที  พวกสตราลล์ก็เดินจากไปด้วยความหวาผวาเล็กน้อย

                 "งั้นพวกเรากลับเนอะ" ไปหอพักกัน แองเจลิก้าเอ่ย

                 พวกนั้นดีมาจากไหนกันน้ะ...ท่าทางเบ่งจัง  โซราเรียพูดเบาๆพลางเดินออกจากหอประชุม

                 อาไรหรอ..เราหลับตลอดเลยอ้ะ โรซารีขยี้ตา

                  สงสัยชั้นคิดถูกไหมน้ะ...มาที่นี่โรซาเรียคิด พลางกังวลในอนาคตของตนเองที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้

 

*****************************************************************

TBC

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Miki: เราว่าก็โอนี่นา แต่งกานให่จบนะ เหอๆๆ=w= มานจาเปนไงต่อนิ^w^"

#1 By Canvas Vanilla on 2007-12-21 22:28

น่าจะชื่อออเฟรุสหรือออเฟรัสมากกว่านะคะ ส่วนอีกคนฉันเรียกเอดูอาด 55 ฟังตามสำเนียงญี่ปุ่นน่ะ ถ้าเป็นภาษาเยอรมันไม่รู้ออกเสียงยังไง พอดีเคยเล่นเกมนี้กับดูอนิเมน่ะค่ะ big smile

#2 By ยูเอะ (61.91.188.18) on 2007-12-22 00:27

Thanks for comment ka,I believed that Orherus that we should call Him Or-fee-rus is quite right,thanks for your constructive comment, so I can fix it for next chapter
thank you,Yue

Natjamah

#3 By Canvas Vanilla on 2007-12-22 00:36

โอ้...ไม่นึกว่าจะมีฟิคไมเนฯด้วยแฮะ
เพราะอนิเมทั้งสองภาคก็จบไปนานแล้ว
แต่ไหงเพิ่งมีคนเขียนฟิคล่ะเนี่ย?big smile

#4 By ♪ ZEASonal on 2007-12-22 00:50