[fanfic]neo angelique 8

posted on 19 Jun 2009 17:44 by canvasvanilla

ปัดฝุ่นกันนิดนึง ^^"

 

             หิมะตกโปรยปรายยามเช้า แต่กระนั้นเอเธลก็ยังคงออกมาเลือกซื้อผ้าและลูกปัดสีสวยไปตัดชุดให้ลูกค้าเพิ่ม เนื่องจากการทำงานที่รวดเร็วของเธอทำให้หญิงสาวหลายคนมาตัดชุดใหม่กับเธอ และบางรายกระทั่งว่าจ้างให้เธอตัดซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายคน ทำให้หล่อนต้องออกมาซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติมอยู่บ่อยๆ

ระหว่างที่นิกซ์และพรรคพวกเดินมาตามทางในตลาดเขาพบเอเธลที่เลือกของอย่างมีความสุขโดยบังเอิญ รอยยิ้มบนใบหน้าของหล่อนทำให้เขาหงุดหงิดเล็กน้อย นิกซ์เอ่ยกับเรน ฮิวงะและ  เจดีว่าเขาเจอเอเธลและอยากจะถามอะไรเธอซักหน่อยและแนะให้พวกเขาไปที่โรงเตี้ยมนั้นก่อนได้เลย

เอเธลจ่ายเงินแล้วเดินออกมาจากร้าน แต่นิกซ์ที่มายืนขวางไว้ทำให้เจ้าหล่อนชนเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ

"อุ้ย ขอโทษค่ะไม่ได้ตั้งใจ"

"ไม่เป็นไรครับไม่ถือ" นิกซ์ตอบเสียงขุ่นๆเล็กน้อยก่อนยิ้มอย่างมีมารยาท

เมื่อเอเธลรู้สึกถึงน้ำเสียงที่คุ้นเคย ใบหน้างามเงยขึ้นจ้องมองร่างสูง

"อ้าว อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านนิกซ์ ไม่ได้เจอกันเสียนานเลยนะคะ" หญิงสาวยิ้มงามทักทาย แต่นั่นกลับทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดเพิ่มมากขึ้นไปอีก

"เอ๊ะ " เสียงอุทานของเอเทลดังขึ้นเมื่อนิกซ์ลากร่างเพรียวนั้นเข้าตรอกเล็กๆของตลาด เอเธลแทบจะก้าวตามไม่ทัน เขากดหล่อนกับกำแพง มือแกร่งบีบไหล่เนียนแน่น

"ทำไมเธอต้องพาเฟรเซียหนีด้วย?" น้ำเสียงขู่แกมบังคับของชายหนุ่ม ทำให้หล่อนใจสั่นเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำเงินจับจ้องรอคำตอบจากเธอ

"เอเธลไม่ได้พาเฟรเซียหนีนะคะ แต่ว่าเฟรเซียบอกว่าพวกท่านไม่ต้องการพวกเราแล้ว เอเธลเอง...ก็ไม่อยากให้เฟรเซียต้องเดินทางกลับบ้านคนเดียว เลยขอมากับเฟรเซียด้วยค่ะ"

"ใช่ๆๆ แต่ทำไมต้องตามไปด้วย พวกฉันหาเฟรเซียอย่างเดียวก็ยากพอแล้ว แต่ทำไมเธอต้องหนีมาด้วย นี่โชคดีที่อยู่ด้วยกัน ไม่อย่างนั้นฉันคงได้หาพวกเธอกันอีกนานแน่!"

"เอเธลเขียนจดหมายลาเรื่องานไว้แล้วนะคะ ท่านนิกซ์น่าจะทราบเรื่องแล้ว" สายตาของเอเอทลจ้องกลับด้วยความใส ทำให้อารมณ์ของชายหนุ่มที่ปะทุอยู่สงบลงในทันที

"เฮ้อ~~~ " เขาถอนหายใจเสียงดัง

นิกซ์คลายมือออกจากไหล่บาง สายตาของเขาหลุบลงเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาจ้องหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง "ผมไม่อยากให้คุณตอนพวกทานาโทสสิงอีก หากเป็นดังเช่นคราวนั้นคุณอาจจะถูกฆ่าแล้วไม่มีการเหลียวแลอีกเลยนะครับ อย่าทำให้ผมต้องลำบากใจได้ไหม เอเธล"

"ท่าน...นิกซ์เองก็เป็นห่วง เอเธล ...ดีใจที่สุดเลยค่ะ" หญิงสาวเผยยิ้มออกมา เอเธลลูบใบหน้าของชายหนุ่มแล้วเลื่อนริมฝีปากของตนเข้าไปประทับจูบบนริมฝีปากของชายหนุ่ม เขาเผยอรับจูบอย่างลืมตัวด้วยความรู้สึกประหลาดบางอย่าง เขาไม่อาจและไม่อยากปล่อยเธอไปจากอ้อมกอดของเขาเลย จนกระทั่งลุงแก่ๆคนหนึ่งที่เดินผ่านเอ่ยเสียงดังขึ้นมา

"อ้าวๆๆจูบกันเข้าไป ข้าวของร่วงหมดไม่เก็บนิ เดี๋ยวหายนะเออ"

เอเธลรีบผละนิกซ์ออกจากตัวเธอเพื่อจะหยิบของที่ซื้อมา นิกซ์ค้อมหัวแก้เก้อเล็กน้อยให้คุณลุง ก่อนช่วยเอเธลหยิบของที่กองอยู่กับพื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันต่อหรือแม้แต่จ้องตากัน ทั้งคู่เดินถือของแล้วก้าวกลับไปยังโรงเตี๊ยมของโรสแมรี  ระหว่างทาง ชายหนุ่มลอบมองใบหน้าของหญิงสาว เขาเห็นเอเธลแอบอมยิ้ม แต่ตัวเขาเองไม่รู้จะทำสีหน้ายังไง เขาพยายามนึกถึงแองเจลิค แต่ทว่ามันกลับถูกกลบทับด้วยหิมะ และคิดว่านี่อีกครั้งแล้วหรือไงที่เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ สงสัยครั้งหน้าเขาอยู่ลำพังกับเอเธลเขาคงต้องใช้แส้ของตัวเองรัดมือไม้ของตนไว้เองแล้วกระมัง

************

"ไปไกลๆเลยตาบ้า ฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพวกนายอีก!!!!" เสียงเล็กๆของสาวน้อยร้องแหวขึ้นมาท่ามกลางสภาพที่เธอถูกหนุ่มหล่อจากแดนใดก็ไม่รู้มารุมล้อมตัวของเธออยู่

"เฟรเซียที่น่ารัก...ขอร้องละครับ"

"ท่านเฟรเซียได้โปรดให้อภัยปากเรนมันด้วยครับ"

อันที่จริงเฟรเซียรู้สึกหายโกรธมาซักพักแล้ว พอได้ห่างจากสภาพการเป็นว่าที่ราชินี ทำให้หล่อนใจเย็นขึ้น แต่กลับขำเมื่อพบขบวนหนุ่มตามมาขอขมาเธอยกใหญ่ หญิงสาวจึงแอบเก๊กทำนิ่งไว้ ดูพวกเขาขอร้องนี่ก็ดูน่ารักดี ว่าที่ราชินีอาจจะไม่เลวนักก็ตรงนี้แหละ

นิกซ์ก้าวเข้ามาในร้านพร้อมกับเอเธล หิมะพูนเต็มหลังทั้งคู่ นิกซ์ดูไม่หนาวเท่าไหร่เพราะเขาเองเป็นผู้ชาย แต่เอเธล กลับดูหนาวสั่นพิกล หล่อนรีบขอตัวไปเก็บของที่ซื้อมาไม่ได้สนใจพวกหนุ่มที่คนอื่นๆที่อยู่ในร้าน

เมื่อเห็นสภาพการณ์ภายในร้าน นิกซ์จึงรีบเข้ามาทำความเข้าใจให้ทั้งคู่ทันที

"ให้อภัยเรนเถอะนะครับ ผมขอร้องเลย" นิกซ์ก้มลงคุกเข่ากับพื้นข้างฮิวงะที่รีบทำเช่นเดียวกัน นั่นทำให้ใจของฟรเซียรู้สึกไม่สู้ดีนัก เธอชอบตอนมีคนง้อก็จริง แต่ทำถึงขั้นนี้มันเกินไปหน่อย

ระหว่างที่เฟรเซียอ้ำอึ้งอยู่ เรนที่พิงอยู่แถวประตูร้านตั้งแต่แรกได้เดินก้าวเข้ามาใกล้ๆเฟรเซีย แล้วเอ่ยเบาๆ

"ฉันขอโทษ...ถ้าฉันโดนพูดอย่างนั้นบ้าง...ฉันคงรู้สึกแย่เหมือนกัน" เมื่อหลายๆวันก่อนพวกนิกซ์ก็ไม่คุยกับเขาไปหลายวัน แถมยังทำหมางเมิน ทำให้เขารู้สึกว่าการที่เขาตัดสินเฟรเซียอย่างไม่ได้คิด และพูดอย่างนั้นไป มันก็เหมือนที่เพื่อนๆโกรธและไม่อยากคุยกับเขา เพราะเขาทำร้ายจิตใจของหล่อน และการที่เขาได้ทำร้ายจิตใจของใครซักคนลงไปเขาก็โดนหมางเมินกลับซึ่งนั่นมันก็ทำร้ายเขาไม่น้อย คราวนี้เขาคิดว่าเข้าใจเธอและอยากที่จะขอโทษ

"อย่างนั้นหรอ?" หลังจากที่สาวน้อยกล่อมให้พวกนิกซ์กลับมายืนเหมือนเก่าได้แล้ว เฟรเซียที่ฟังเรนอยู่เผยรอยยิ้มพร้อมทำเสียงสูง "ไหนพูดว่าขอโทษคร้าบ~ท่านเฟรเซีย เรนผู้ต้อยต่ำจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้วครับดิ๊"

ชายหนุ่มที่ยืนสลดอยู่เมื่อครู่หน้าแดงเถือกเมื่อนึกถึงภาพที่ตัวเองทำตามที่สาวน้อยพูด "หา! เธอจะบ้าหรอ!?"

"ไม่งั้นฉันไม่กลับ" เฟรเซียกอดอกก่อนหันหลังทำท่าจะเดินกลับเข้าไปทางหลังร้าน

"ทำตามที่เฟรเซียพูดดีกว่านะ เรน" กลีเฟ่ทำท่าขู่อย่างเต็มอัตรา เรนรู้สึกกลัวหญิงสาวผมดำคนนี้ขึ้นมาทันใด มีบางอย่างที่ทำให้เขาหวาดกลัวเธอไม่รู้ว่าอะไรกัน

"ข่ะ....ข่ะ......ขอโทษครับท่านเฟรเซีย!!!เรนผู้ต้อยต่ำจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้วครับ!!!!!" เขาตะโกนเสียงดัง หน้าคมแดงแจ๋ ทุกคนหัวเราะลั่นกับท่าทางกระอักกระอ่วนของเรน

"เอาล่ะเสร็จแล้ว!!" เรนเอ่ยทั้งที่หน้ายังคงแดงอยู่ เขาคว้าเฟรเซียที่ยังไม่หายขำไว้ในอ้อมแขนแล้วยกอุ้มโดยที่สาวน้อยไม่ทันได้โวยวาย ขณะกำลังจะเดินออกจากประตูไปนั่นเอง...

"เฮ้ย เอาลูกน้องฉันไปไหน ไอ้หัวแดง!!!" เสียงโรสแมรีร้องลั่น นิกซ์จึงรีบตัดบทเอ่ยแทน

"ท่านผู้นำศาสนาเรเน่ต้องการนำตัวว่าที่ราชินีกลับครับ ถ้าคุณไม่ขัดข้อง..."

"ทำไมจะไม่ขัดห๊า!? พวกเขา3คนเป็นลูกน้องของฉันแล้วนะ แต่ถ้าท่านเรเน่ให้ข้าไปฝึกตีดาบในสำนักอัศวินพฤกษาเงินนะ ให้ไปเลย3คนนี้" ชายหนุ่มทั้งหลายมีท่าทีอึ้งนิ่ง ว่าไอ้ท่าที่เสียดายลูกน้องเมื่อกี้มันหายไปไหนหมดถ้าทำตามเงื่อนไขของสาวคนนี้

"ได้ ตามนั้น แต่เจ้าอย่ามาบ่นทีหลังแล้วกัน" ฮิวงะตกลงขอเสนอแทนทุกตน ในฐานะที่เขาเคยเป็นอัศวินพฤกษาเงินเขารู้ว่ามีวิธีให้หล่อนไปฝึกได้แต่ว่าถ้ามาบ่นทีหลังเขาคงต้องขอลา

"เยี่ยมไปเล๊ย งั้นรอแปบนึงดิ นะ" หญิงสาวยิ้มร่า ก่อนวิ่งไปบอกเหล่าลูกน้องบึกๆหลังร้าน แล้ววิ่งขึ้นไปชั้น 2 เพื่อเก็บของโดยยังมีลูกน้องที่ไม่เข้าใจสถานการณ์วิ่งตามติดเจ้าหล่อนไปเสียทุกที่ ระหว่างนั้น เอเธอซึ่งจัดของส่วนตัวเสร็จทั้งหมดแล้วกำลังเดินลงมาพร้อมกับกลีเฟ่ที่หิ้วสัมภาระของเฟรเซียลงมาด้วย เมื่อเห็นว่า ท่าทางยังไงเรนคงไม่ปล่อยสาวน้อยไปง่ายๆหากยังไม่กลับไปถีงวังจริงๆ

****************

ระหว่างที่ทุกคนเดินกลับมาที่วังของเรเน่ โรสแมรีก็เริ่มพูดถึงความฝันและความปรารถนาของหล่อน

"ฉันน่ะอยากเป็นช่างตีเหล็กแบบพ่อ...แต่ว่าไม่มีใครดูแลโรงเตี๊ยมไง เลยต้องมาทำอาหารชงเหล้า...." ทุกคนยังเดินต่อไปไม่สนใจหล่อนเลย มีแต่เพียงเอเธลที่มองหล่อนตาแววๆ เห็นด้วยกับความฝันที่สวยงามแต่ไม่เหมาะกับเจ้าของร่างที่พูดนั่นซะเลย

"ดีค่ะ การที่จะทำตามความฝัน เอเธลที่ได้เป็นช่างเสื้อเพราะท่านแม่สนับสนุน เอเธลเข้าใจในความฝันที่สวยงามของคุณนะคะ คุณโรส"

"โอ้ เอเธลมีแต่เธอที่เข้าใจฉัน" โรสแมรีกุมมือเอเธลแน่น ดวงตามีดวงดาวประกายวับวาวด้วยความฝัน ทำให้ทุกคนต้องถอนหายใจไปตามๆกัน

เมื่อทุกคนกลับมาวังของท่านผู้นำเซเลสเธีย เรเน่รีบอกมาต้อนรับทุกคนทันทีเมื่อได้ข่าวว่า เฟรเซียกลับมาแล้ว ท่าทางของหล่อนนั้นดูท่าจะยังไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก ชายหนุ่มผมแดงยังคงอุ้มหล่อนที่มีท่าขัดขืนกลับมาอย่างไม่อายผู้คนใดๆทั้งสิ้น นิกซ์เดินมาแล้วขอพูดกับเรเน่ทันที

"ท่านเรเน่ครับผมและทุกคนเห็นทีจะต้องขอตัวลา" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงไม่สู้ดีนัก

"หมายความอย่างไร?"

"ท่านเฟรเซียไม่อยากเป็นราชินีครับ"เรเน่ได้ยินเช่นั้นก็รีบก้าวเข้าไปหาเฟรเซียด้วยท่าทีที่ตกตะลึงและแฝงไปด้วยความไม่พอใจ

เฟรเซียเห็นดังนั้นจึงใช้มือผลักเรนให้ตนหลุดจากอ้อมอกเพื่อเดินก้าวออกมาคุยกับเรเน่ บอกความรู้สึกของเธอที่แท้จริง

"ท่านเรเน่คะ...ฉันไม่อยากเป็นราชินี"

"ไม่ได้นะครับ!" เรเน่เถียงทันควัน

"........แต่ฉันสัญญาเลยว่าฉันจะช่วยอาเคเดียและท่านแองเจลิคอย่างเต็มที่ค่ะ ใช่ไหมคะท่านนิกซ์" สาวน้อยหันไปหาเจ้าของคฤหาสน์ทันใด

นิกซ์มองสาวน้อยอย่างงงๆ ก่อนที่จะพยักหน้าตามอย่างเห็นด้วย

"......ถ้าท่านนิกซืรับรอง...ผมก็ไม่ว่าอะไร" ด้วยท่าทีของเรเน่กับการรับคำที่ง่ายเกินไปทำให้ทุกคนสงสัย ฮิวงะที่นิ่งเฉยมาตลอดสังเกตเห็นความแปลกไปของเรเน่ กลีเฟ่ยืนหลบสายตาของเรเน่ที่จ้องมาที่หล่อน ดวงตาสีแดงหลบท่านผู้นำศาสนาอย่างลุกลน

".....งั้นเราไปเก็บของกันเถอะ" เจดีพูด ก่อนมีคำสั่งจากท่านผู้นำตามมา "ทหารทั้งหลายหลบออกไป ปล่อยให้ทุกคนเข้าไปเก็บข้าวของเพื่อเดินทางออกจากเซเลสเธีย"

"แล้วฉันล่ะ!!!! ฉันมาที่นี่เพื่อจะเรียนตีดาบนะ!!" โรสแมรี่โวยขึ้นระหว่างที่ทุกคนกำลังเก็บของกัน

เจดี ยิ้มเล็กน้อยกับท่าทางอันฉุนเฉียวของสาวผมแดง "อันนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับว่าโรสแมรี่คนสวยอยากจะไปกับพวกเราไหมครับ หรือจะอยู่ที่นี่เพื่อนเรียนตามความฝัน แต่นี่ไม่ได้บังคับนะครับ พวกเรามีหน้าที่จะต้องปราบทานาโทส ฉะนั้นถ้าคุณไปกับพวกเราอาจจะอันตรายเกินไป"

"นี่ดูถูกฉันหรือไง ฉันดูแลตัวเองได้นะ ไอ้บึก!"

แม้จะถูกหญิงสาวว่ากลับ เจดีเพียงแต่ยิ้มหวาน แล้วตอบว่า "จะเรียกว่าบึกก็ได้ครับผมไม่โกรธ แต่ผมว่าคุณสวยและน่ารักดี ขอเรียกว่าโรสแมรี่ที่น่ารักนะครับ"

หญิงสาวหน้าแดงทันใด มือขวากำหมัดแน่นใช้หมัดฮุกเข้าตรงอกล่ำของชายหนุ่มแล้ววิ่งออกไปอย่างเขินอายที่สุด แถมยังตะโกนกลับมาว่า "ฉันไม่ไปกับพวกนายหรอก!!!"

เจดียังคงยิ้มหวานไม่ได้ติดใจคำพูดของหล่อนแม้แต่น้อยแต่กลับไปเก็บข้าวของหน้ายิ้มๆ ด้วยอารมณ์จุกๆ

******************

เมื่อทุกคนเดินทางกลับไปถึงคฤหาสน์ไซเลนซัน ต่างคนต่างเก็บของเข้าที่ คราวนี้นิกซ์เองก็หาห้องให้กลีเฟ่อยู่ เป็นห้องสีเขียวหรูหราบรรยากาศโปร่งสบาย เป็นห้องมุมสุดถัดจากห้องฮิวงะเท่านั้นเอง หล่อนพอใจกับห้องแต่ก็ยังสงวนท่าที เมื่อทุกอย่างลงตัว ชายหนุ่มก็กลับไปทำสวนของตนต่ออย่างสบายใจ และต่างคนต่างกลับไปทำหน้าที่ของตนเช่นกัน

ทันใดนั้นมีเสียงเคาะที่ประตูหน้าบ้าน เจดีที่เดินไปเปิดประตูบ้านก็พบโรสแมรี่ที่ยืนอยู่หน้าประตู พร้อมถือกระเป๋าใบใหญ่ข้างกาย

"ไง...พี่บึก...ขอมาอยู่ด้วยเลยละกันนะ" หญิงสาวยิ้มร่า

"เอ่อ...จะดีหรือครับ?"

"โอย แน่นอน เอเธลชวนมาอยู่ด้วย นี่พี่บึกไม่รู้หรือเนี่ย?"

"อ่า...ผมไม่ทราบครับว่าแต่ว่าสงสัยต้องบอกนิกซ์ว่าคุณมาแล้ว"

หญิงสาวหน้าซีดทันใด "เอ่อ...ช่วยเรียกเอเธลกะเฟรเซียมาทีนะ แบบว่า......อยากคุยอ่ะ ท่านนิกซ์คงไม่ว่างมารับหรอก อย่าไปรบกวนเล้ย"

"งั้นก็ได้ครับ" เมื่อว่าจบเจดีก็ไปตามสองคนที่ว่าลงมาหาโรสแมรี่ เอเธลมีสีหน้ายิ้มๆต้อนรับขับสู้แต่ว่าเฟรเซียมีสีหน้าคงงวยว่าทำไมหล่อนถึงมาที่นี่

"เอ่อ...โรสแมรี่มาทำอะไรที่นี่หรือจ้ะ"

"คือว่านะ เธอทั้งคู่ชวนชั้นยังไงล่ะจำไม่หรอ แค่นี้ก็จำไม่ได้หรอ" โรสแมรี่ทำสีหน้าตัดพ้อ เฟรเซียจึงเริ่มอึกอัก ในขณะที่เอเธอยังคงยิ้ม

"เอเธลจำได้ว่าไม่ได้ชวนนะคะ"

"นั่นสินะ" เฟรเซียตอบอย่างมั่นใจยิ่งขึ้นเมื่อเห็นเอเธลปฏิเสธ

"เอ๋...ยังไงกันครับผมงงแล้วเนี่ย" เจดีที่ยืนอยู่เริ่มไม่เข้าใจกับเหตุการณ์มากขึ้นไปเรื่อยๆ

"นี่ๆ เธอสองคนมาคุยกันก่อนนะ" เมื่อว่าจบหญิงสาวจอมกวนก็ลากเอเธลและเฟรเซียมานอกประตูแล้วกระซิบกระซาบ

"น้ะน้ะนะน้ะน้ะ...ขออยู่ด้วยนะ ฉันอยากเปิดร้านขอฉันแถวๆนี้หน่ะเลยตามมาขออยู่ด้วย เผอิญพวกเธอสนิทกับท่านนิกซ์นี่นา เขาน่าจะช่วยฉันได้ใช่ม้า แบบว่าเธอก็รู้ว่าท่านนิกซ์เส้นใหญ่จะต้องช่วยฉันหาทำเลตั้งร้านใหม่ได้แน่เลย"

"แล้วร้านเดิมไม่ดีหรอ" เฟรเซียถามใสจี้ใจดำเข้าไปทีหนึ่ง

"แต่นี่คือความฝันของฉัน จะช่วยคนที่เคยรับพวกเธอทำงานตอนนี่เดือดร้อนไม่ได้หน่อยหรือไง?"

"ได้สิค้ะ...ความฝันเป็นเรื่องวิเศษมาก เอเธลเข้าใจค่ะ ขอให้เอเธลได้ช่วยเหลือคุณนะคะ"

"โอ้ เธอเข้าใจฉันจริงๆ" โรสแมรี่ดีใจโผเข้ากอดเอเธล ในขณะที่เฟรเซียกับเจดีกระซิบแก่กันว่า "แล้วความฝันที่ว่าจะไปเป็นนักตีดาบเหมือนพ่อล่ะ??"

"มาสิคะจะพาไปเจอท่านนิกซ์ เอเธลจะทำทุกอย่างเลย" เอเธลยิ้ม พลางจับมือโรสแมรี่หมายจะพาไปหานิกซ์ผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์

"เอ่อ...จะดีหรอ คือว่านะ...." สาวผมแดงกล้อมแกล้ม

"มาเถอะค่ะ" เมื่อว่าเสร็จเอเธลก็พาโรสแมรี่ไปหานิกซ์ที่สวน ตามมาด้วยเฟรเซียที่สนใจเหลือเกินว่าเรื่องนี้จะเป็นยังไงต่อ ทว่าโรสแมรี่ยังไม่พร้อมจะเจอเขาหล่อนใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อจะได้มาตั้งร้านแถวนี้ หรือนี่มันจะง่ายเกินไปหรือเปล่า

ชายหนุ่มผมดำกำลังขุดดินด้วยพลั่ว เพื่อจะลงกุหลาบสีน้ำเงินพันธุ์ใหม่และหวังว่ามันบานในหน้าหนาวนี้ เมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาน้ำเงินชายตาไปมากลุ่มหญิงงามที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

"ท่านนิกซ์คะ...."

"ครับผม...มีอะไรหรือครับคุณเอเธล" ชายหนุ่มยิ้ม

เอเธลจูงโรสแมรี่เข้ามาหานิกซ์แล้วฮธิบายความต้องการของโรสแมรี่จนหมด สีหน้าของโรสแมรี่นั้น เดี๋ยวก็ซีดเดี๋ยวก็แดงด้วยความอาย

"อ้อ.... อย่างนั้นหรือครับ...ว่าแต่ผมจะต้องรับคุณเข้าสินะ" เขายิ้มแสยะ

"เอ่อ..."โรสแมรี่กลืนน้ำลาย เฟรเซียแอบขำอยู่ข้างๆ ไม่ว่าหล่อนจะตามมาด้วยสาเหตุใด แต่สถานการณ์ขำสุดๆ

"แต่ว่านะครับถ้าคุณยืนยันจะพักที่นี่ผมขอให้ช่วยกันทำงานซักนิดนะครับ"

"ค่ะ...ยังไงแล้วก็เพื่อความฝันของคุณนะคะ ดีไหมล่ะคะ" เอเธลเอ่ยจบแล้วหันไปพยักเพยิดที่โรสแมรี่แต่ไม่รู้เลยว่าเจ้าตัวคนที่ขอมาอยู่เองนั้นเริ่มรู้สึกไม่อยากอยู่แล้ว พอรู้สึกตัวอีกทีหล่อนก็มาอยู่ในห้องพักที่นิกซ์มาช่วยจัดให้อยู่ตรงข้ามห้องเจดีอย่างรวดเร็ว แล้วขอให้เอเธลไปช่วยเขาทำสวนในฐานะที่ขอร้องแทนโรสแมรี่

โรสแมรี่นั่งเหม่ออยู่ในห้องนอนสีชมพู เจดีก้าวเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่ของหล่อน รอยยิ้มของเขายังคงตรึงอยู่บนใบหน้า

"ให้วางไว้ที่ไหนดีครับ?" หญิงสาวหันไปมุมห้อง เขายกของไปวางตามที่ๆเธอเบี่ยงหน้าไป

"ผมหวังว่าคุณจะชอบที่นี่นะครับ แล้วเย็นนี้อย่าลืมลงไปทานอาหารที่ผมทำนะครับ"  เจดียิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนที่จะเดินออกจากห้องนอนไป ปล่อยให้เจ้าตัวคนที่พูดด้วยงงกับสภาพของเธอว่าการที่จะขอมาอยู่บ้านใครมันง่ายจนน่ากลัวขนาดนี้หรืออย่างไร หือว่าที่นี่จะมีอะไรพิลึกๆหรือยังไงกันนะ?